ปิดตำนาน 46 ปี "บิ๊กตู่" อำลาพรรครวมไทยสร้างชาติ
ปิดตำนาน 46 ปี "บิ๊กตู่" อำลาพรรครวมไทยสร้างชาติ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2568 ส่งผลให้บทบาททางการเมืองของ "บิ๊กตู่" ในฐานะสมาชิกพรรคสิ้นสุดลง หลังจากที่เขาได้ร่วมงานกับพรรคดังกล่าวมาเป็นเวลานานถึง 46 ปี นับตั้งแต่ก่อตั้งพรรคในชื่อเดิมคือ พรรคพลังประชารัฐ ก่อนจะเปลี่ยนชื่อมาเป็นรวมไทยสร้างชาติในภายหลัง

เหตุผลในการลาออก

แหล่งข่าวจากพรรครวมไทยสร้างชาติเปิดเผยว่า การลาออกของพล.อ.ประยุทธ์ครั้งนี้เป็นไปด้วยความสมัครใจ โดยไม่มีแรงกดดันจากภายในพรรค ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ได้แสดงเจตจำนงที่จะลดบทบาททางการเมืองลง หลังจากที่เขาได้ประกาศวางมือทางการเมืองไปก่อนหน้านี้แล้ว การลาออกจากสมาชิกพรรคจึงเป็นไปตามแผนที่วางไว้

ผลกระทบต่อพรรค

การจากไปของพล.อ.ประยุทธ์อาจส่งผลให้พรรครวมไทยสร้างชาติต้องปรับโครงสร้างและหาบุคคลที่มีบารมีมาทำหน้าที่เป็นแกนนำใหม่ อย่างไรก็ตาม พรรคยังคงมี สส. และสมาชิกพรรคจำนวนมากที่พร้อมจะขับเคลื่อนนโยบายต่อไป

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

เส้นทางการเมืองของ "บิ๊กตู่"

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้าสู่เส้นทางการเมืองครั้งแรกในปี 2557 หลังจากรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาลรักษาการ โดยดำรงตำแหน่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก่อนจะได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีในปีเดียวกัน และดำรงตำแหน่งต่อเนื่องจนถึงปี 2566 รวมระยะเวลา 9 ปี นับเป็นนายกรัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

อนาคตของพล.อ.ประยุทธ์

หลังลาออกจากพรรค พล.อ.ประยุทธ์ยังคงมีสถานะเป็น สส. บัญชีรายชื่อของพรรครวมไทยสร้างชาติ เนื่องจากกฎหมายไม่ได้บังคับให้ สส. ต้องเป็นสมาชิกพรรค แต่หากเขาจะลาออกจากตำแหน่ง สส. ก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอนของรัฐสภา แหล่งข่าวระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีกำหนดการที่ชัดเจนสำหรับการลาออกจาก สส.

ปฏิกิริยาจากนักการเมือง

บรรดานักการเมืองทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านต่างแสดงความคิดเห็นต่อการลาออกของพล.อ.ประยุทธ์ โดยบางส่วนมองว่าเป็นการปิดฉากยุคสมัยของทหารในการเมืองไทย ขณะที่อีกส่วนหนึ่งมองว่าเป็นเรื่องปกติของการเปลี่ยนผ่านทางการเมือง

ด้านนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร กล่าวถึงกรณีนี้ว่า เป็นเรื่องส่วนตัวของพล.อ.ประยุทธ์ และไม่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของรัฐบาล