ป.ป.ช.ยื่นศาลฎีกา คดี 44 สส.ก้าวไกล ผิดจริยธรรมร้ายแรง มรสุมรุมพรรคส้ม
ป.ป.ช.ยื่นศาลฎีกา คดี 44 สส.ก้าวไกล ผิดจริยธรรมร้ายแรง (01.04.2026)

ป.ป.ช.มีมติยื่นศาลฎีกา คดี 44 สส.ก้าวไกล ผิดจริยธรรมร้ายแรง

ในที่สุด คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้มีมติเห็นชอบให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา กรณีอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคก้าวไกล จำนวน 44 คน ในข้อหาผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากการร่วมลงชื่อสนับสนุนร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เมื่อปี 2564 เท่ากับว่า อดีต สส. 44 คน ซึ่งรวมถึง สส.ชุดปัจจุบัน 10 คน ของพรรคประชาชน กำลังนับถอยหลังเข้าสู่ช่วงการพิจารณาของศาลฎีกา

ผลกระทบต่อสถานภาพและบทบาททางการเมือง

เริ่มตั้งแต่หากศาลฎีกามีมติรับคำร้องไว้พิจารณาแล้ว ศาลจะต้องตัดสินใจว่าควรให้ผู้ถูกร้องยุติการทำหน้าที่ สส.หรือไม่ และหากรับไว้พิจารณาจนถึงปลายทาง จะมีมติออกมาอย่างไร เพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับสถานภาพและบทบาทของ สส.ทั้ง 10 คน ที่ล้วนแต่เป็นแกนนำสำคัญและเป็นตัวตึงทางการเมืองของพรรคประชาชนทั้งสิ้น

ในจำนวนนี้รวมถึง นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค และ นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค ซึ่งทั้งสองคนเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค รวมทั้งบุคคลอื่นๆ เช่น นายรังสิมันต์ โรม, นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล, และ นายณัฐชา อินไชยบุญสวัสดิ์ เป็นต้น

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

มรสุมรุมเร้าพรรคประชาชนหลังแพ้เลือกตั้ง

ถือเป็นช่วงเวลายากลำบากเพราะพรรคประชาชนต้องเผชิญกับมรสุมรุมเร้าหลายด้านอีกครั้งหนึ่ง หลังจากอาจยังไม่หายช็อกกับความพ่ายแพ้ในสนามเลือกตั้ง สส. เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ทั้งที่ผลโพลหลายสำนักมีคะแนนนิยมนำมาตลอดจนถึงวันเลือกตั้ง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ตามมาด้วยเรื่องข้อมูลสมาชิกพรรคถูกแฮ็ก ทำให้ข้อมูลรั่วไหล จน "หัวหน้าเท้ง" หรือนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ต้องออกมาขอโทษสมาชิกพรรค ไม่เพียงเท่านั้น ยังต่อด้วยเรื่อง สส.งูเห่า จังหวัดอุดรธานี ที่ไปโหวตหนุน นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี

บทบาทพรรคประชาชนในฐานะฝ่ายค้าน

ความจริงแล้ว พรรคประชาชนถูกตั้งคำถามในฐานะพรรคแกนนำฝ่ายค้านในช่วงเวลาสำคัญที่ต้อง "เทค แอ๊คชั่น" หรือเคลื่อนไหว จากเรื่องสถานการณ์น้ำมันที่เกิดขึ้นในประเทศ อันเป็นผลพวงจากเหตุความรุนแรงในตะวันออกกลาง

คอการเมืองทั่วไปต่างเห็นว่าพรรคประชาชนมีบทบาทน้อยเกินไป ถ้าเทียบกับกูรูทางการเมืองและแกนนำจากพรรคฝ่ายค้านอื่นๆ ที่ออกโรงวิพากษ์และถามถึง "ไอ้โม่ง" ที่ได้รับผลประโยชน์มหาศาล จากน้ำมันหายไปจากตลาดวันละหลายล้านลิตร ช่วงตรึงราคาน้ำมันดีเซล 15 วัน

กระทั่งเรื่องแต่งตั้งผู้มีส่วนได้เสียกับธุรกิจค้าน้ำมัน อย่าง นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เป็นผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิง (ศบก.) เพราะถูกมองว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อน

การเคลื่อนไหวและบทบาทของนายวีระยุทธ์ กาญจน์ชูฉัตร

พรรคประชาชนเพิ่งจะเคลื่อนไหวอย่างจริงจังและเสนอแนวทางที่เป็นรูปธรรมเรื่องนี้ โดย นายวีระยุทธ์ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรค เสนอแผนรับมือฉบับของพรรค ประกอบด้วย การบริหารจัดการราคาน้ำมัน มาตรการสนับสนุนการปรับตัวของประชาชน การจัดการเรื่องปุ๋ยเคมีที่เกี่ยวพันกับเกษตรกร และการเตรียมความพร้อมช่วงสงกรานต์

นายวีระยุทธ์ เป็นอีกหนึ่งในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค สำหรับเลือกตั้งที่ผ่านมา จึงเป็นคนเดียวที่ไม่โดนหางเลขคดี 112 และเป็นหนึ่งในชุดบุกเบิกก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ตั้งแต่สมัยแรก ร่วมกับนายธนากร จึงรุ่งเรืองกิจ

โดยมีโปรไฟล์ที่ไม่ธรรมดา เพราะเคยเป็นรองศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์การเมืองที่ GRIPS ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเฉพาะทางด้านนโยบายสาธารณะแห่งประเทศญี่ปุ่น เคยสอนและทำวิจัยนโยบายด้านต่างๆ ไม่ต่างจาก นายยศชนันท์ วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย

บทบาทที่โดดเด่นขึ้นในยามวิกฤต

จากเดิมที่บทบาทอยู่เบื้องหลังพรรค เมื่อพรรคต้องเผชิญหน้ากับปัญหาหลายด้านรุมเร้า เอฟซีค่ายสีส้มจึงได้เห็นบทบาทของนายวีระยุทธ์ เริ่มโดดเด่นมากขึ้น เช่น เป็นหนึ่งใน 6 คนจาก สส. 6 พรรค เสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่องวิกฤติน้ำมัน

เมื่อเกิดกรณี "สส.งูเห่า" จังหวัดอุดรธานี นายวีระยุทธ์ก็เป็นคนออกมาแจกแจง ถึงมาตรการที่พรรคเตรียมการลงโทษ อาจไม่ใช่การขับออกจากพรรค แต่ต้องเป็นมาตรการลงโทษที่ได้ผลมากที่สุด ซึ่งถูกตีความว่าอาจเป็นการจับ "ดอง" ไว้ในพรรค ไม่ให้มีตำแหน่ง หรือร่วมอีเวนต์ใดๆ ของพรรค

แม้แต่ในช่วงรณรงค์เลือกตั้ง นายวีระยุทธ์ก็เป็นคนออกโรงปลุกพลังคนไทยสู้ "เงินสีเทา" ที่กัดกินชาติ ต้องอุดรูรั่ว สกัดทุนเทา ไม่ให้เข้าสู่การเมืองไทยได้

สัญญาณการเปลี่ยนแปลงในพรรคประชาชน

เป็นสัญญาณชัดเจนว่า หากมีเหตุการณ์เลวร้ายเกิดขึ้นกับพรรคประชาชน รวมทั้งคดี 44 สส. นายวีระยุทธ์ จะเป็น "เต็ง 1" สำหรับหัวหน้าพรรคคนใหม่ และได้มีข่าวระแคะระคายออกมาก่อนหน้านี้แล้วว่า จะสลับให้ "หัวหน้าเท้ง" ไปเป็นเลขาธิการพรรค ตามโครงสร้างที่ออกแบบใหม่ ไม่ให้เลขาธิการพรรคไปรับตำแหน่งทางการเมืองอื่นนอกพรรค

คนวงในค่ายสีส้มจึงสะกิดให้จับตาดูนายวีระยุทธ์ นับจากนี้ให้ดี เพราะอาจเป็นแคนดิเดทชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้ง สส.ครั้งหน้า แข่งกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล เท็จจริงแค่ไหน อีกไม่นานก็รู้