แก๊สระเบิดกลางดึกในปทุมธานี ทาวน์เฮาส์พังยับ ครอบครัว 4 ชีวิตรอดหวุดหวิด
เหตุการณ์น่าตกใจเกิดขึ้นในยามวิกาล เมื่อแก๊สระเบิดภายในบ้านทาวน์เฮาส์ในจังหวัดปทุมธานี ส่งผลให้บ้านพังยับทั้งหลัง และสร้างความเสียหายให้กับบ้านใกล้เคียงอีกหลายหลัง ครอบครัวหนึ่งรอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิด โดยไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ
รายละเอียดเหตุการณ์ระเบิดกลางดึก
เมื่อเวลา 03.00 น. ของวันที่ 30 มีนาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุแก๊สระเบิดในตำบลบ้านกลาง อำเภอเมืองปทุมธานี พ.ต.ต.ชนธัญ พรหมรักษา สารวัตรสอบสวน สภ.สวนพริกไทย รายงานว่า บ้านทาวน์เฮาส์สองชั้นหลังหนึ่งเกิดระเบิดอย่างรุนแรง แรงระเบิดทำให้บ้านเสียหายแทบทั้งหลัง และส่งผลกระทบถึงบ้านข้างเคียงรวม 8 หลังคาเรือน
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า มีผู้พักอาศัยในบ้านจุดเกิดเหตุจำนวน 4 คน ซึ่งเป็นพ่อแม่ลูกกัน ทุกคนรอดชีวิตโดยไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด นางสาวปวรรณพัสตร์ ประณตพงศ์ อายุ 46 ปี หนึ่งในผู้ประสบเหตุ เล่าว่า ขณะเกิดเหตุตนนอนอยู่ชั้นบนพร้อมลูกทั้งสี่คน เกิดเสียงระเบิดดังสนั่น ทำให้ฝ้าเพดานหล่นพังเสียหาย พยายามลงมาชั้นล่างแต่พบว่าบันไดหายไป จึงต้องปีนออกจากบ้านแทน เมื่อออกมาได้ก็เห็นบ้านพังยับเยินทั้งหลัง
สาเหตุและผลกระทบจากแรงระเบิด
เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า สาเหตุเกิดจากการปิดหัววาล์วถังแก๊สไม่สนิท จนทำให้แก๊สรั่วสะสม ครอบครัวดังกล่าวใช้แก๊สครั้งล่าสุดเมื่อช่วง 10.00 น. ของวันที่ 29 มีนาคม และออกไปรับประทานอาหารนอกบ้านในตอนเย็น กลับเข้ามาในบ้านประมาณ 20.00 น. โดยไม่ได้กลิ่นแก๊สแต่อย่างใด ก่อนจะเกิดระเบิดขึ้นในเวลาต่อมา
แรงระเบิดที่เกิดขึ้นไม่เพียงแต่ทำลายบ้านหลังเกิดเหตุเท่านั้น แต่ยังสร้างความเสียหายให้กับบ้านใกล้เคียงอีก 8 หลัง โดยบางหลังมีรอยร้าวจากแรงสั่นสะเทือน นายเอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและประกาศให้เป็นพื้นที่อันตราย ห้ามประชาชนเข้าใกล้ เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดการถล่มของโครงสร้างอาคาร
มาตรการช่วยเหลือและตรวจสอบหลังเหตุการณ์
เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน เจ้าหน้าที่ได้ตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวบริเวณอาคารนิติบุคคลของหมู่บ้าน เพื่อให้ผู้ประสบเหตุได้พักอาศัยชั่วคราว พร้อมทั้งมีเจ้าหน้าที่จากองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกลาง นำข้าวของเครื่องใช้มาช่วยเหลือเบื้องต้น
ในส่วนของการตรวจสอบโครงสร้างอาคาร เจ้าหน้าที่ฝ่ายโยธาธิการจังหวัดปทุมธานี และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้เร่งตรวจสอบฐานรากและโครงสร้างบ้านทุกหลังที่ได้รับความเสียหายอย่างละเอียด เพื่อประเมินความปลอดภัยและป้องกันเหตุการณ์ถล่มในอนาคต ขณะนี้ยังคงต้องรอผลการตรวจสอบเพิ่มเติมเพื่อกำหนดมาตรการซ่อมแซมและฟื้นฟูต่อไป



