“พิพัฒน์” มุ่งสร้างรัฐบาลมั่นคง ตั้งเป้า 300 ที่นั่ง ย้ำนโยบายพรรคร่วมต้องสอดคล้อง
“พิพัฒน์” มุ่งสร้างรัฐบาลมั่นคง ตั้งเป้า 300 ที่นั่ง

“พิพัฒน์” มุ่งสร้างรัฐบาลมั่นคง ตั้งเป้า 300 ที่นั่ง ย้ำนโยบายพรรคร่วมต้องสอดคล้อง

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำพรรคภูมิใจไทยที่กำกับดูแลพื้นที่ภาคใต้ ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับทิศทางการจัดตั้งรัฐบาลในอนาคต โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของความเสถียรภาพและการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ

รอความชัดเจนจาก กกต. ก่อนหารือจัดตั้งรัฐบาล

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ในขณะนี้ยังไม่มีการพูดคุยกันอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาล เนื่องจากคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต. ยังอยู่ในกระบวนการนับคะแนนเลือกตั้ง ซึ่งดำเนินการไปแล้วประมาณ 95% ดังนั้น จึงควรรอให้เกิดความชัดเจนทั้งหมดก่อนที่จะเริ่มการหารือใดๆ เขาย้ำว่า การตัดสินใจในเรื่องนี้จะขึ้นอยู่กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยเป็นหลัก

เน้นความเสถียรภาพด้วยเป้าหมาย 300 ที่นั่ง

เมื่อถูกถามเกี่ยวกับความเหมาะสมของจำนวนพรรคร่วมรัฐบาล นายพิพัฒน์ ชี้แจงว่า ไม่จำเป็นต้องมีพรรคร่วมน้อยลง แต่ต้องพิจารณาว่าอะไรจะทำให้รัฐบาลมีเสถียรภาพในการทำงานต่อได้มากที่สุด ซึ่งถือเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด เขามองว่าตัวเลขที่นั่งในสภาที่เหมาะสมสำหรับการสร้างเสถียรภาพควรอยู่ที่ใกล้เคียง 300 ที่นั่ง นอกจากนี้ เขายังเสริมว่า ไม่จำเป็นต้องดูรายชื่อของพรรคการเมืองเป็นข้อจำกัด แต่ควรเน้นที่นโยบายในการหาเสียงของแต่ละพรรคว่ามีความขัดแย้งกับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ หากไม่ขัดแย้ง ก็สามารถหารือและทำงานร่วมกันได้

เรียกร้องให้ กกต. ชี้แจงประเด็นการนับคะแนนใหม่

นายพิพัฒน์ กล่าวถึงประเด็นการเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ในบางพื้นที่ว่า อาจเกิดจากความผิดพลาดภายในหน่วยเลือกตั้ง ซึ่งเกี่ยวข้องกับกรรมการประจำหน่วยหรือกลุ่มผู้สนับสนุนที่ยังไม่มั่นใจ เขามองว่าสิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องปกติ และเรียกร้องให้ กกต. ทำความเข้าใจและชี้แจงให้เคลียร์เพื่อป้องกันความสับสน ส่วนระยะเวลาในการจัดตั้งรัฐบาลนั้น ขึ้นอยู่กับว่า กกต. จะรับรองสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือ สส. เขตให้เรียบร้อยเมื่อไร หลังจากนั้น หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยจะเป็นผู้เจรจาหลัก

ผลการเลือกตั้งในภาคใต้เป็นไปตามเป้าหมาย

สำหรับผลการเลือกตั้งในพื้นที่ภาคใต้ นายพิพัฒน์ เปิดเผยว่า เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 31 ที่นั่ง โดยพรรคได้พยายามอย่างเต็มที่ แม้จะมีบางส่วนที่น่าเสียดาย แต่ทุกอย่างเป็นไปตามสถิติ เขาชี้แจงว่า มี สส. เดิมหายไปทั้งหมด 8 คน แต่มี สส. หน้าใหม่เข้ามาชดเชยในส่วนที่ขาดหายไป นอกจากนี้ เมื่อถูกถามเกี่ยวกับการลงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญในภาคใต้ เขากล่าวว่า ไม่ทราบรายละเอียด แต่จากข้อมูลที่เห็น มีผู้ลงคะแนนเห็นด้วยกับการแก้ไขประมาณ 19 ล้านคน และไม่เห็นด้วยประมาณ 10 ล้านคน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความชัดเจนว่าควรมีการแก้ไข และขอให้มองภาพรวมของประเทศมากกว่าการแบ่งแยกตามภูมิภาค