“อนุทิน” ยืนยันพรรคร่วมรัฐบาลครบแล้ว ไม่ต้องการเสียงเกิน 300 ยอมรับอึดอัดคนเคยรักเป็นฝ่ายค้าน
เมื่อเวลา 14.45 น. ของวันที่ 12 มีนาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ร่วมแถลงข่าวกับแกนนำพรรคเพื่อไทย ประกอบด้วย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และนางสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โดยมีประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาลและความร่วมมือทางการเมือง
การเสนอชื่อประธานสภาผู้แทนราษฎรและรองประธานสภา
นายอนุทินเปิดเผยว่า พรรคเพื่อไทยได้มายื่นรายชื่อบุคคลที่พรรคจะนำเสนอให้ดำรงตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎรให้กับพรรคภูมิใจไทย เนื่องด้วยจะมีรัฐพิธีเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 14 มีนาคมนี้ และคาดว่าหลังจากนั้นจะมีการนัดหมายประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรก ซึ่งจะมีวาระในการนำเสนอชื่อทั้งประธานสภาผู้แทนราษฎรและรองประธานสภาผู้แทนราษฎรสองคนเพื่อให้มีการลงมติ โดยพรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทยจะร่วมกันนำเสนอชื่อทั้งประธานและรองประธานทั้ง 3 คนให้มีการลงมติรับรอง
นอกจากนี้ ยังมีการหารือเรื่องไทม์ไลน์หลังจากการลงมติ แต่ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมจะเปิดเผย โดยขณะนี้เป็นเพียงการนำเสนอและต้องรอการลงมติและการโปรดเกล้าฯ ซึ่งเมื่อมีการโปรดเกล้าฯ ให้มีประธานสภาผู้แทนราษฎรแล้ว จะมีขั้นตอนในการเสนอชื่อบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไป
ยืนยันพรรคร่วมรัฐบาลครบแล้ว ไม่ต้องการเสียงเกิน 300
นายอนุทินกล่าวย้ำว่า หากพรรคภูมิใจไทยได้เป็นรัฐบาล จะมีพรรคร่วมรัฐบาลครบเรียบร้อยแล้ว โดยพรรคหลักประกอบด้วยพรรคภูมิใจไทย ควบรวมกับพรรคเพื่อไทย และพรรคเล็ก ซึ่งคาดว่าจะมีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในอัตราส่วนที่เหมาะสมที่จะสามารถบริหารทางนิติบัญญัติและการบริหารประเทศ รวมถึงการดูแลรับใช้ประชาชน เพื่อให้เกิดความชัดเจน
เมื่อถูกถามว่าปิดดีลที่ 291 เสียงใช่หรือไม่ นายอนุทินตอบว่า “แถว ๆ นั้นแหละครับ” และเมื่อถามว่าทำไมถึงไม่มีพรรคกล้าธรรมและพรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมรัฐบาล เขาระบุว่า ตอนนี้มีจำนวนที่เหมาะสมและสะดวกต่อการบริหารราชการต่าง ๆ ในรัฐสภาแล้ว พร้อมย้ำว่าไม่ต้องการเป็นแกนนำที่เป็นรัฐบาลเกิน 300 กว่าเสียง
ความรู้สึกต่อคนเคยรักที่กลายเป็นฝ่ายค้าน
เมื่อถูกถามย้ำเกี่ยวกับความรู้สึกที่มีต่อคนเคยรักที่ไปเป็นฝ่ายค้าน นายอนุทินเปิดใจว่า “ไม่ชอบความรู้สึกนี้เลย แต่มันก็มีเหตุผลบางอย่าง มันฝืนไม่ได้ แต่ความเป็นเพื่อน ความผูกพัน ความรัก ก็ยังคงมี แต่ก็ไปปฏิบัติหน้าที่ที่ต่างกัน การเมืองก็เป็นอย่างนี้” เขายอมรับอึดอัดในสถานการณ์นี้ แต่ย้ำว่าทุกอย่างมีเหตุผลและต้องปฏิบัติตามบทบาททางการเมือง
กระบวนการเสนอชื่อและตรวจสอบคุณสมบัติ
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการเสนอชื่อรองประธานสภาผู้แทนราษฎรว่า ได้ส่งรายชื่อให้กับนายกรัฐมนตรีแล้ว แต่ไม่ขอเปิดเผยในขณะนี้ ขอให้รอฟังในวันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม 2569 โดยเรื่องอย่างนี้ต้องเป็นไปตามขั้นตอน
สำหรับรายชื่อรัฐมนตรีสัดส่วนพรรคเพื่อไทย นายจุลพันธ์ระบุว่ายังไม่เสร็จและยังไม่ได้ส่ง เนื่องจากกระบวนการต้องเป็นไปทีละขั้นหลังเลือกประธานสภาและรองประธานเสร็จ จึงจะมาคุยเรื่องโครงสร้างคณะรัฐมนตรีและการเสนอชื่อ โดยพรรคเพื่อไทยได้มีมติมอบหมายให้กรรมการบริหารพรรคทำหน้าที่คัดสรรบุคลากรที่จะมาดำรงตำแหน่งทางการเมือง
นายอนุทินเสริมในเรื่องคุณสมบัติว่า จะมีกระบวนการและขั้นตอนเมื่อถึงเวลาพรรคร่วมรัฐบาลจะส่งรายชื่อให้กับนายกรัฐมนตรีและจะถูกส่งต่อไปยังเลขาคณะรัฐมนตรี เพื่อดำเนินการตรวจสอบประวัติกับ 18 หน่วยงาน จึงไม่ต้องเป็นห่วง หากไม่ติดขัดข้อกฎหมายใด ๆ ก็คงไม่มีปัญหา
ความมั่นใจในรัฐบาลและจริยธรรม
เมื่อถามถึงความมั่นใจว่าการจัดรัฐบาลในครั้งนี้จะไม่มีเรื่องจริยธรรมของรัฐมนตรีคนไหนมาสะเทือนเก้าอี้ของนายกรัฐมนตรี นายอนุทินตอบว่า ต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญและคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นไกด์ไลน์ที่ผูกพันกับองค์กรและบุคคล โดยต้องส่งรายชื่อมาสุ่มตรวจสอบหมดทุกคน
เขายืนยันว่า หากรายชื่อผ่านการตรวจสอบแต่พรรคภูมิใจไทยไม่ถูกใจคนนี้แล้วขอให้พรรคร่วมเปลี่ยน จะไม่มีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น เพราะเป็นสิทธิ์ของพรรคร่วมที่จะต้องทำงานร่วมกันเพื่อรับใช้บ้านเมือง ไม่ใช่ทำงานรับใช้อารมณ์ตัวเอง
นายอนุทินสรุปว่า สิ่งที่เห็นไม่ตรงกันในอดีตและนำมาสู่ความขัดแย้ง วันนี้ต้องกลับมาทำงานรับใช้บ้านเมืองด้วยกัน และควรหลีกเลี่ยงประเด็นในอดีตเพื่อไม่ให้กลับไปสู่จุดนั้นอีก



