นายกฯ อนุทิน เผยความคืบหน้าโผ ครม. 'อนุทิน 2' คาดนำขึ้นทูลเกล้าฯ 30 มี.ค. ย้ำตรวจสอบคุณสมบัติเข้ม
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการจัดทำโผรายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ หรือที่เรียกกันว่า 'อนุทิน 2' โดยระบุว่าขั้นตอนล่าสุดทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว หากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง คาดว่าจะสามารถลงนามนำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อให้มีพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมในวันจันทร์ที่ 30 มีนาคม 2569
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า 'เราพยายามจะให้เร็วที่สุด ตอนนี้พอเป็นรัฐบาลรักษาการซึ่งคงเป็นสัปดาห์สุดท้ายของรัฐบาลหนู 1 มันก็มีหลายๆ ประเด็นที่ขับเคลื่อนเต็มที่ไม่ได้ เพราะขัดต่อกฎหมายและระเบียบ อย่างวันนี้ให้ตนรีบเซ็นอะไรออกไปและไปขอคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ในเมื่ออาทิตย์หน้าเราก็จะมีรัฐบาลใหม่แล้ว เราก็สู้ไป เร่งตั้งรัฐบาลใหม่ให้เรียบร้อย เข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณ แถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาเราก็เดินเต็มสูบ ข้อจำกัดต่างๆ ที่เคยมีอยู่ตั้งแต่ยุบสภาเมื่อธันวาคม 68 ก็จะไม่มีข้อจำกัด รัฐบาลก็จะเป็นรัฐบาลเต็มรูปแบบ'
หารือพรรคเพื่อไทยเพื่อร่วมร่างนโยบายรัฐบาล
นอกจากนี้ นายอนุทินยังได้เปิดเผยถึงการหารือร่วมกับนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำพรรคเพื่อไทย ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม 2569 โดยระบุว่าพรรคเพื่อไทยซึ่งคุมกระทรวงใหญ่หลายแห่ง เช่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงแรงงาน และกระทรวงศึกษาธิการ จำเป็นต้องมาร่วมในการร่างนโยบายรัฐบาล
'แต่ละพรรคก็ไปให้คำสัญญากับพี่น้องประชาชน ก็มารวมเป็นนโยบายรัฐบาล เมื่อเป็นรัฐบาลเดียวกันแล้ว ไม่ใช่มาบอกว่านี่นโยบายของพรรคภูมิใจไทยอันนี้นโยบายของพรรคเพื่อไทย และเราจะไม่สนับสนุน แต่เมื่อตนมาดำรงตำแหน่งนี้ ตนสนับสนุนนโยบายของทุกพรรค' นายกรัฐมนตรีกล่าวเสริม
ไม่ตอบกระแสข่าว 'สุดาวรรณ' ย้ำตรวจสอบคุณสมบัติทุกชื่อ
เมื่อถูกถามถึงกรณีที่มีกระแสข่าวเกี่ยวกับนางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ซึ่งอยู่ในโผคณะรัฐมนตรี 'อนุทิน 2' ว่ามีปัญหาคุณสมบัติหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า 'เรื่องรายชื่อครม.มันพูดไม่ได้เลย เพราะต้องมีการโปรดเกล้าฯก่อน คนไหนที่มีปัญหาแล้วมีความสุ่มเสี่ยงต่อการขัดต่อรัฐธรรมนูญมันก็มีการเช็ครายชื่ออยู่แล้ว ตนไม่เสนอหรอก'
นายกรัฐมนตรีย้ำว่า ทุกพรรคร่วมรัฐบาลที่เสนอรายชื่อ รวมถึงของพรรคภูมิใจไทยเอง ทุกรายชื่อต้องผ่านการตรวจสอบประวัติอย่างเข้มงวด 'เราไม่ได้ไปจำกัดสิทธิใคร ถ้าคนไหนมีประวัติที่มีปัญหาก็แต่งตั้งไม่ได้ ก็แค่นั้นเอง' โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายอย่างเคร่งครัด
การจัดทำโผรายชื่อคณะรัฐมนตรีในครั้งนี้ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการก้าวสู่รัฐบาลเต็มรูปแบบ ซึ่งจะช่วยขจัดข้อจำกัดต่างๆ ที่มีมาตั้งแต่การยุบสภาเมื่อเดือนธันวาคม 2568 และเปิดทางให้การบริหารประเทศเดินหน้าอย่างเต็มที่ในอนาคตอันใกล้



