ครม. มีมติแต่งตั้งข้าราชการทางการเมืองและปรับตำแหน่งสำคัญในหลายกระทรวง
เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 13.45 น. นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แถลงข่าวถึงมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในการแต่งตั้งข้าราชการทางการเมืองและข้าราชการประจำ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 21 เมษายน 2569 เป็นต้นไป
การแต่งตั้งรองเลขาธิการนายกฯ ฝ่ายการเมือง 3 ตำแหน่ง
ครม. ได้แต่งตั้งข้าราชการทางการเมืองในส่วนของข้าราชการประจำสำนักนายกรัฐมนตรีให้ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ประกอบด้วย
- นายสาโรจน์ สามารถ ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (ฝ่ายการเมือง) ภายใต้การกำกับดูแลของรองนายกรัฐมนตรี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ
- ว่าที่ร้อยตรีศรัณย์ สมานพันธ์ ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (ฝ่ายการเมือง) ภายใต้การกำกับดูแลของรองนายกรัฐมนตรี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาค
- นายศึกษิษฐ์ ศรีจอมขวัญ ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (ฝ่ายการเมือง) ภายใต้การกำกับดูแลของรองนายกรัฐมนตรี นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์
การปรับตำแหน่งที่ปรึกษาและเลขานุการรัฐมนตรีในกระทรวงต่างๆ
นอกจากนี้ ยังมีการแต่งตั้งตำแหน่งที่ปรึกษาและเลขานุการรัฐมนตรีในหลายกระทรวง ดังนี้
- กระทรวงพาณิชย์: นางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรี และนายวรวุฒิ โปษกานนท์ ดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรี
- กระทรวงคมนาคม: นายรัชพงศ์ ชูแก้ว ดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรี
- กระทรวงอุตสาหกรรม: นายนพดล มาตรศรี ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรี และนายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ ดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรี
- กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม: นางสาวศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรี และนายฉัตริน จันทร์หอม ดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรี
- กระทรวงมหาดไทย: นายศักดา วิเชียรศิลป์ ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรี และนายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ ดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรี
การแต่งตั้งเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาคนใหม่
นางสาวลลิดา ยังได้กล่าวถึงการแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง โดยที่น่าสนใจคือ นายนพดล เภรีฤกษ์ ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา
การตรวจสอบคุณสมบัติอย่างเข้มงวด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้กำชับให้มีการตรวจสอบคุณสมบัติของข้าราชการทางการเมืองอย่างละเอียด รวมถึงการแต่งตั้งที่ปรึกษาของรัฐมนตรี โดยถือเป็นครั้งแรกที่มีการตรวจสอบคุณสมบัติอย่างเข้มงวดสำหรับตำแหน่งที่ปรึกษาของรัฐมนตรี เพื่อให้มั่นใจในความโปร่งใสและประสิทธิภาพในการทำงาน



