คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 2535 ได้ยื่นหนังสือถึงรัฐบาลเพื่อเรียกร้องให้ฟื้นร่างพระราชบัญญัติเสริมสร้างสังคมสันติสุข โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความสามัคคีของคนในชาติ โดยย้ำว่ากฎหมายนี้จะไม่แตะต้องคดีทุจริต คดีอาญาร้ายแรง และความผิดตามมาตรา 112
รายละเอียดการยื่นหนังสือ
เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล 1111 นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 2535 ได้ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล เพื่อผลักดันร่าง พ.ร.บ. เสริมสร้างสังคมสันติสุข โดยอ้างถึงพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 10 เกี่ยวกับการสร้างความสามัคคีสมานฉันท์ในสังคมไทย
ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวเคยผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรแล้ว 3 ร่าง ประกอบด้วยร่างของพรรคภูมิใจไทย พรรครวมไทยสร้างชาติ และพรรคครูไทยเพื่อประชาชน และได้ผ่านวาระแรกของวุฒิสภาแล้ว แต่การพิจารณายังไม่แล้วเสร็จเนื่องจากมีการยุบสภา
ข้อเรียกร้องของคณะกรรมการญาติวีรชน
คณะกรรมการญาติวีรชนฯ เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีแสดงภาวะผู้นำ โดยให้ผู้เกี่ยวข้องดำเนินการให้รัฐสภาพิจารณาร่างกฎหมายต่อไป เพื่อสร้างความสามัคคีในภาวะวิกฤตปัจจุบัน โดยคณะกรรมการฯ ได้เรียกร้องความสามัคคีมานานกว่า 30 ปี
ประเด็นสำคัญของร่าง พ.ร.บ.
- ยกโทษให้ผู้ชุมนุมทางการเมืองที่มีความผิดตามบัญชีท้าย พ.ร.บ.
- ไม่ยกโทษให้ 3 ความผิดสำคัญ ได้แก่ คดีทุจริต คดีอาญาร้ายแรง และความผิดตามมาตรา 112
- เปิดช่องทาง “นิรโทษกรรมอย่างมีเงื่อนไข” สำหรับเยาวชนอายุไม่เกิน 16 ปี ที่ถูกดำเนินคดี ให้มีโอกาสกลับเนื้อกลับตัว
คณะกรรมการญาติวีรชนฯ เห็นว่าบ้านเมืองไทยบอบช้ำและมีความแตกแยกอย่างรุนแรงมากว่าสองทศวรรษ การปฏิรูปใด ๆ ยากที่จะประสบความสำเร็จภายใต้ความแตกแยก หากร่าง พ.ร.บ. นี้มีผลบังคับใช้ คาดว่าความปรองดองสมานฉันท์จะเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม รัฐบาลจะได้ทำบุญใหญ่ให้กับประเทศและสังคมไทย ดังพระราชดำรัส “ไม่มีบุญใดเท่ากับการให้อภัย”
คณะกรรมการญาติวีรชนฯ ซึ่งเป็นผู้เสียหายทุกครอบครัว ขอเรียกร้องให้ดำเนินการก่อนงานรำลึกเหตุการณ์พฤษภาในวันที่ 17 พฤษภาคม



