อดุลย์การันตีส่งตัวลุงโยชน์กลับไทยไร้เงื่อนไข ยกเครดิตแม่ทัพภาค 2 ประสานงานฉับไว
อดุลย์การันตีส่งตัวลุงโยชน์กลับไทยไร้เงื่อนไข ยกเครดิตแม่ทัพภาค 2

พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ร่วมแถลงความสำเร็จกรณีทางการกัมพูชาส่งตัว นายโยชน์ สายน้อย ชาวไทยที่ถูกจับกุมขณะเข้าไปหาของป่าบริเวณชายแดนกลับสู่ประเทศไทย โดยระบุว่าเหตุการณ์นี้คือผลสัมฤทธิ์จากความร่วมมืออันดีระหว่างรัฐบาลและกองทัพของทั้งสองประเทศ

การประสานงานที่รวดเร็วของกองทัพภาคที่ 2

พลโทอดุลย์เปิดเผยว่า ทันทีที่ทราบเหตุ กองทัพภาคที่ 2 ได้เร่งประสานงานในพื้นที่จนนำมาสู่การปล่อยตัวในวันนี้ ซึ่งถือเป็นนิมิตหมายอันดีในการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจและลดความขัดแย้งตามแนวชายแดน โดยการส่งตัวครั้งนี้ยืนยันไม่มีเงื่อนไขแลกเปลี่ยนใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นในระดับกองทัพหรือระดับรัฐบาล และยังไม่มีการพิจารณาเปิดด่านชายแดนเพิ่มเติมในขณะนี้ ทุกอย่างยังคงยึดตามถ้อยแถลงร่วมอย่างเคร่งครัด

การรักษาความพร้อมของกองทัพไทย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมย้ำว่า แม้ความสัมพันธ์จะราบรื่น แต่กองทัพไทยยังคงความพร้อมสูงสุดในการปกป้องอธิปไตยและปฏิบัติตามกฎการปะทะอย่างมีวินัย พร้อมกล่าวถึงความคืบหน้าในการเจรจาระดับทวิภาคีว่า หากบรรยากาศความร่วมมือยังคงดีต่อเนื่อง จะมีการขับเคลื่อนกลไกการประชุมต่างๆ ทั้งคณะกรรมการชายแดนทั่วไป ในระดับกระทรวงกลาโหม คณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค และคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม ต่อไป โดยมองว่ากลไกด้านความมั่นคงสามารถดำเนินการควบคู่ไปกับด้านการต่างประเทศได้ทันที

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

เป้าหมายสำคัญในระยะต่อไป

พลโทอดุลย์ยืนยันว่า เป้าหมายสำคัญในระยะต่อไปคือการขยายผลจากความร่วมมือเล็กๆ ไปสู่ภารกิจระดับภูมิภาค อาทิ การปราบปรามขบวนการสแกมเมอร์ และการปฏิบัติตามข้อตกลงหลังหยุดยิงเพื่อให้ชายแดนเกิดสันติภาพอย่างยั่งยืน พร้อมขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในการทำงานของกองทัพและรับฟังข่าวสารจากทางภาครัฐ เพื่อป้องกันความสับสนจากสถานการณ์ตามแนวชายแดนที่อาจเกิดขึ้นได้ในบางครั้งคราว จากการกระทบกระทั่งของกำลังพลในระดับพื้นที่ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติที่ฝ่ายปฏิบัติการต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ