นายกฯ สั่งผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่-รายย่อย รายงานยอดจำหน่าย 18.00 น. ทุกวัน พร้อมปลดล็อกรถบรรทุกน้ำมัน
นายกฯ สั่งผู้ค้าน้ำมันรายงานยอด 18.00 น. ทุกวัน ปลดล็อกรถบรรทุก

รัฐบาลออกคำสั่งเร่งด่วน ควบคุมสถานการณ์น้ำมันขาดแคลนจากวิกฤตตะวันออกกลาง

ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่คำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 3/2569 ลงนามโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ณ วันที่ 20 มีนาคม 2569 ซึ่งกำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง อันเนื่องมาจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้นระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน ส่งผลกระทบต่อการผลิตและส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิง ก๊าซธรรมชาติ และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องจากแหล่งสำคัญของโลก

รายละเอียดคำสั่งสำคัญสำหรับผู้ค้าน้ำมัน

คำสั่งนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป โดยมีสาระสำคัญดังนี้

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
  • ข้อ 1: ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2569
  • ข้อ 2: สั่งให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 ซึ่งเป็นผู้ค้ารายใหญ่ ดำเนินการตามมาตรการต่างๆ รวมถึงการรายงานปริมาณการผลิต ปริมาณน้ำมันที่มีอยู่ในครอบครอง และปริมาณการจำหน่าย รวมถึงรายชื่อลูกค้าและปริมาณที่ขายให้แก่ลูกค้าแต่ละราย ต่ออธิบดีกรมธุรกิจพลังงานภายในเวลา 18.00 นาฬิกาของทุกวัน
  • ข้อ 3: ให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 ซึ่งเป็นผู้ค้ารายย่อย ดำเนินการตามข้อ 2 ด้วยเช่นกัน
  • ข้อ 4: มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น รองนายกรัฐมนตรี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ติดตามตรวจสอบการดำเนินงานของผู้ค้าน้ำมายอย่างเคร่งครัด
  • ข้อ 5: แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามคำสั่งนี้

การปลดล็อกรถบรรทุกน้ำมันเพื่อการจัดส่งที่ทั่วถึง

นอกจากนี้ ราชกิจจานุเบกษายังเผยแพร่ข้อบังคับหัวหน้าพนักงานจราจรทั่วราชอาณาจักร ว่าด้วยการยกเว้นการห้ามรถบรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิงเดินรถในเขตกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และจังหวัดต่างๆ เพื่อรองรับสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การจัดส่งน้ำมันไปยังสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศอย่างทั่วถึง ครอบคลุมพื้นที่ และเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน ข้อบังคับนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2569 จนถึงวันที่ 30 เมษายน 2569

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ความหมายของผู้ค้าน้ำมันมาตรา 7 และมาตรา 10

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 หมายถึงผู้ค้าน้ำมันที่มีปริมาณการค้าแต่ละชนิดหรือรวมกันทุกชนิดต่อปีตั้งแต่ 100,000 เมตริกตันขึ้นไป หรือประมาณ 120 ล้านลิตรขึ้นไป ซึ่งมีหน้าที่สำคัญคือต้องสำรองน้ำมันตามกฎหมายเพื่อความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ ตัวอย่างเช่น บริษัท ปตท. บริษัท บางจาก บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด (Shell) และบริษัท เชฟรอน (ไทย) จำกัด (Caltex)

ส่วน ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 คือผู้ประกอบการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงขนาดกลางถึงใหญ่ ที่มีปริมาณการค้าหรือจำหน่ายตั้งแต่ 30,000 เมตริกตันขึ้นไป แต่ไม่เกิน 100,000 เมตริกตันต่อปี หรือมีถังเก็บน้ำมันรวมทุกชนิดตั้งแต่ 200,000 ลิตรขึ้นไป ต้องจดทะเบียนกับกรมธุรกิจพลังงาน อาทิ ปั๊มน้ำมันขนาดกลางหรือขนาดเล็กในชุมชน

มาตรการเหล่านี้เกิดขึ้นจากสถานการณ์ที่สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงและคลังน้ำมันจำนวนมากไม่มีน้ำมันจำหน่าย สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนและผู้ประกอบการ จึงจำเป็นต้องมีคำสั่งฉุกเฉินเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเร็ว