เลขาธิการสภาฯ เผยขั้นตอนโหวตประธาน-รองประธานสภาผู้แทนราษฎร 15 มี.ค. ใช้เวลาตำแหน่งละ 2.30 ชม. หากมีแข่ง
วันนี้ (12 มี.ค. 2569) นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้อธิบายขั้นตอนการโหวตเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรและรองประธานสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 3 คน ซึ่งกำหนดขึ้นในวันที่ 15 มี.ค. นี้ เวลา 09.00 น. โดยเผยว่าหากมีการเสนอชื่อแข่งขัน อาจใช้เวลาโหวตตำแหน่งละประมาณ 2.30 ชั่วโมง ผ่านการลงคะแนนลับ
ขั้นตอนการโหวตและบทบาทประธานชั่วคราว
ก่อนกระบวนการโหวต จะมีการนัดซักซ้อมเพื่อเตรียมความพร้อม โดยผู้ที่ทำหน้าที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรชั่วคราวคือ นายไพโรจน์ โล่ห์สุนทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ซึ่งมีอายุสูงสุดในที่ประชุม ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2562 (แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2565) เลขาธิการสภาฯ ได้แจ้งให้ทราบถึงหน้าที่ของประธานที่ประชุมชั่วคราวแล้ว
หากไม่มีการเสนอชื่อแข่งขัน หรือมีเพียงรายชื่อเดียวในแต่ละตำแหน่ง ก็ไม่ต้องดำเนินการโหวต แต่ให้ผู้ถูกเสนอชื่อดำรงตำแหน่งแสดงวิสัยทัศน์ต่อที่ประชุมสภา คนละ 10 นาที ซึ่งจะทำให้กระบวนการเสร็จสิ้นเร็วขึ้น ในทางตรงกันข้าม หากมีการเสนอชื่อแข่งขัน ก็ต้องเป็นการลงคะแนนลับตามข้อบังคับ
รายละเอียดการลงคะแนนลับและกระบวนการนับคะแนน
การลงคะแนนลับจะให้ สส. เรียงตามตัวอักษร รับบัตรเพื่อเข้าคูหาเขียนชื่อบุคคลที่จะให้ดำรงตำแหน่ง และนำไปหย่อนลงหีบ โดยจะมีการตั้งคณะกรรมการชุดหนึ่งนับคะแนน ซึ่งประกอบด้วยตัวแทน สส. จากแต่ละพรรคร่วมนับคะแนน เพื่อความโปร่งใสและเป็นธรรม
ผู้ที่ได้รับคะแนนเสียงจาก สส. มากที่สุดในแต่ละตำแหน่ง จะได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานและรองประธานสภา จากนั้นประธานจะประกาศชื่อผู้ได้รับเลือกต่อที่ประชุม ส่วนของการเลือกรองประธานสภา ในกรณีที่สภามีมติให้มีรองประธานสภาสองคน จะเลือกรองประธานสภาคนที่หนึ่งก่อน แล้วจึงเลือกรองประธานสภาคนที่สอง
การเสนอชื่อแข่งขันและบทบาทพรรคการเมือง
มีรายงานว่าพรรคประชาชนจะส่งบุคคลเสนอชื่อชิงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร และอาจชิงตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎรด้วย โดยในวันพรุ่งนี้ (13 มี.ค.) พรรคประชาชนมีประชุม สส.พรรค เพื่อเคาะชื่อบุคคลที่จะส่งเข้าชิงตำแหน่งประธานสภาฯ และประธานวิปฝ่ายค้าน
เมื่อเลือกประธานสภาและรองประธานสภาได้แล้ว เลขาธิการสภาฯ จะมีหนังสือแจ้งไปยังนายกรัฐมนตรีโดยเร็ว เพื่อนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งต่อไป ขั้นตอนนี้เป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน
กระบวนการโหวตในครั้งนี้ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาลและกำหนดทิศทางการเมืองไทยในอนาคต โดยเน้นความถูกต้องตามกฎหมายและความมีส่วนร่วมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคน



