ครบรอบ 94 ปี 'บิ๊กจิ๊ว' พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ขงเบ้งกองทัพบก
ครบรอบ 94 ปี บิ๊กจิ๊ว พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ขงเบ้งกองทัพบก

วันนี้ 15 พฤษภาคม 2569 เป็นวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 94 ปี ของ พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ หรือ "บิ๊กจิ๊ว" อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 22 ของไทย ซึ่งได้รับการยกย่องเป็น "ขงเบ้งแห่งกองทัพบก" โดยในโอกาสนี้ นายทหารชั้นผู้ใหญ่ได้นำกระเช้าดอกไม้เข้าอวยพรอย่างคับคั่ง

นายทหารชั้นผู้ใหญ่ร่วมอวยพร

เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 พลเอกศานติ ศกุนตนาค ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพบก ในฐานะผู้แทน พลเอกพนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก นำคณะนายทหารระดับสูงของกองทัพบก พร้อมกระเช้าดอกไม้ เข้าอวยพร พลเอกชวลิต ณ หมู่บ้านวอเตอร์เฮ้าส์ ย่านรามอินทรา โดยมี คุณอรทัย สรการ ยงใจยุทธ ให้การต้อนรับ

ประวัติและเส้นทางชีวิต

พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ เกิดเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2475 เป็นนายทหารบกและนักการเมือง เคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีหลายกระทรวง ผู้นำฝ่ายค้าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ผู้ก่อตั้งพรรคความหวังใหม่ ผู้บัญชาการทหารบก และรักษาราชการแทนผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้รับสมญา "ขงเบ้งแห่งกองทัพบก"

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การศึกษา

  • มัธยมศึกษา: โรงเรียนอำนวยศิลป์ และโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา
  • พ.ศ. 2496: ปริญญาตรีวิทยาศาสตรบัณฑิต โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นแรก
  • พ.ศ. 2507: หลักสูตรเสนาธิการกิจ วิทยาลัยเสนาธิการทหารบก สหรัฐอเมริกา
  • ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากหลายสถาบัน เช่น มหาวิทยาลัยเปปเปอร์ไดน์ (สหรัฐฯ), มหาวิทยาลัยขอนแก่น, มหาวิทยาลัยนครพนม และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก

บทบาทในสงครามเย็น

หลังสงครามเวียดนามสิ้นสุดในปี พ.ศ. 2518 และเกิดสงครามกัมพูชา–เวียดนาม รัฐบาลไทยส่งคณะนายทหารสามนาย ได้แก่ พลโทผิน เกสร, พันเอกชวลิต ยงใจยุทธ และพันเอกพัฒน์ อัคนิบุตร ไปเจรจาลับกับ เติ้ง เสี่ยวผิง ที่ประเทศจีน ผลการเจรจาทำให้จีนยุติการสนับสนุนพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย และสนับสนุนยุทโธปกรณ์แก่ไทย รวมถึงเปิดสงครามสั่งสอนเวียดนาม โดยพลเอกชวลิตได้รับเกียรติจากกองทัพจีนให้ยิงปืนใหญ่นัดแรกจากกว่างซีเข้าสู่เวียดนาม ส่งผลให้เวียดนามต้องถอนกำลังจากกัมพูชา

เส้นทางการเมือง

พลเอกชวลิตลาออกจากตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกเพื่อก่อตั้งพรรคความหวังใหม่ มีบทบาทสำคัญในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ พ.ศ. 2535 ในฐานะผู้ปราศรัยขับไล่ พลเอกสุจินดา คราประยูร พ.ศ. 2539 นำพรรคชนะเลือกตั้งและดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่ลาออกในปี พ.ศ. 2540 เนื่องจากวิกฤตต้มยำกุ้ง พ.ศ. 2544 ย้ายเข้าสังกัดพรรคไทยรักไทย ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร หลังรัฐประหาร 2549 พยายามเป็น "โซ่ข้อกลาง" เพื่อสร้างความสมานฉันท์ พ.ศ. 2551 ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ แต่ลาออกหลังเหตุการณ์ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2552-2554 เข้าสังกัดพรรคเพื่อไทยและดำรงตำแหน่งประธานพรรค ก่อนลาออกเนื่องจากความเห็นต่าง หลังรัฐประหาร 2557 ยังคงแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เน้นย้ำปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องของประชาชน