แกนนำพันธมิตรฯ ยื่นหนังสือค้านแก้รัฐธรรมนูญถึงประธานรัฐสภา
แกนนำพันธมิตรฯ ยื่นหนังสือค้านแก้รัฐธรรมนูญถึงประธานรัฐสภา

เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2567 ที่รัฐสภา แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) นำโดย นายสนธิ ลิ้มทองกุล, นายสมศักดิ์ โกศัยสุข, และนายพิภพ ธงไชย ได้ยื่นหนังสือคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา ถึงนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา โดยมีนายประเสริฐ ชัยยุทธ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้รับหนังสือ

พันธมิตรฯ ชี้การแก้รัฐธรรมนูญรายมาตราเป็นอันตราย

นายสนธิ ลิ้มทองกุล กล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราโดยเฉพาะมาตรา 256 และมาตรา 272 เป็นการทำลายหลักการพื้นฐานของรัฐธรรมนูญปี 2560 ซึ่งผ่านการลงประชามติจากประชาชน การแก้ไขดังกล่าวจะเปิดทางให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับในอนาคต และจะนำไปสู่ความขัดแย้งทางการเมืองครั้งใหญ่

นายสมศักดิ์ โกศัยสุข กล่าวเสริมว่า พันธมิตรฯ ไม่ได้คัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งหมด แต่เห็นว่าควรทำผ่านกระบวนการที่ถูกต้อง โดยให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจผ่านการทำประชามติก่อน การแก้ไขรายมาตราโดยไม่ถามประชาชนถือเป็นการละเมิดอำนาจอธิปไตยของปวงชนชาวไทย

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ข้อเสนอของพันธมิตรฯ ต่อประธานรัฐสภา

ในหนังสือที่ยื่นต่อประธานรัฐสภา พันธมิตรฯ มีข้อเสนอ 3 ประการ ได้แก่ 1) ขอให้ประธานรัฐสภาชะลอการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราไว้ก่อน 2) ให้มีการทำประชามติถามประชาชนว่าสมควรแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับหรือไม่ และ 3) หากจะแก้ไข ควรตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรง

นายพิภพ ธงไชย กล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้มีวาระซ่อนเร้นทางการเมือง โดยเฉพาะการเปิดทางให้ผู้ที่ไม่มีสิทธิ์กลับมามีอำนาจอีกครั้ง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของประเทศและความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ปฏิกิริยาจากประธานรัฐสภา

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า จะนำข้อเสนอของพันธมิตรฯ ไปพิจารณาร่วมกับกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ยืนยันว่ากระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับการประชุมสภา โดยจะต้องผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชน

อย่างไรก็ตาม ประธานรัฐสภาไม่ได้ระบุชัดเจนว่าจะชะลอการพิจารณาหรือไม่ แต่ย้ำว่าทุกฝ่ายควรเคารพกระบวนการทางนิติบัญญัติและเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้แสดงความคิดเห็น

ท่าทีของพรรคการเมืองและกลุ่มอื่นๆ

ด้านพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นแกนนำฝ่ายค้านและรัฐบาลตามลำดับ ต่างสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา โดยเฉพาะมาตรา 256 เพื่อเปิดทางให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และการกระจายอำนาจ แต่พรรคภูมิใจไทยและพรรคพลังประชารัฐมีท่าทีไม่ชัดเจน ขณะที่กลุ่มนักเรียนนักศึกษาและประชาชนบางส่วนออกมาชุมนุมสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเห็นว่าเป็นหนทางสู่ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์

การยื่นหนังสือของพันธมิตรฯ ครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งที่ยังคงมีอยู่ในสังคมไทยเกี่ยวกับแนวทางการปฏิรูปการเมือง โดยเฉพาะประเด็นรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ