เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI กำลังเข้ามาเปลี่ยนโลกการทำงานและชีวิตประจำวันอย่างรวดเร็ว ล่าสุดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ได้ผลักดันโครงการสำคัญอย่าง "TH-AI Passport" หรือ โครงการยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อคนไทย เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างเท่าเทียม
TH-AI Passport คืออะไร?
TH-AI Passport คือ โครงการจัดหาแพลตฟอร์มกลางที่รวบรวมเครื่องมือ Generative AI ชั้นนำของโลกในเวอร์ชันเสียเงิน (Pro หรือ Premium) มาแจกจ่ายให้คนไทยที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป ได้ใช้งานฟรีเป็นระยะเวลา 1 ปี โดยตั้งเป้าหมายไว้ที่ 5,000,000 สิทธิ์ โครงการนี้ขับเคลื่อนด้วยงบประมาณกว่า 1,621 ล้านบาท จากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงเทคโนโลยีระดับสูง และกระตุ้นให้เกิดการนำ AI ไปใช้ในภาคการศึกษาและการทำงานจริง
ประชาชนได้ประโยชน์อะไรบ้างจาก TH-AI Passport?
การเข้ามาของโครงการนี้ช่วยเปิดประตูให้ประชาชนทั่วไป นิสิต นักศึกษา และกลุ่มแรงงานรุ่นใหม่ (First Jobber) สามารถเข้าถึงเครื่องมือระดับมืออาชีพได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งประโยชน์หลักที่ประชาชนจะได้รับ มีดังนี้
1. เข้าถึงเครื่องมือ AI ระดับโลกฟรี 1 ปี
ผู้ได้รับสิทธิ์จะได้ใช้งาน Generative AI ตัวท็อปของโลก (เช่น โครงสร้างระบบที่รวมโมเดลชั้นนำอย่าง ChatGPT Plus, Gemini Advanced หรือ Claude Pro ตามข้อกำหนดของ TOR ที่ต้องมีโมเดลระดับพรีเมียมไม่น้อยกว่า 8 ผลิตภัณฑ์) ช่วยประหยัดค่าบริการรายเดือนที่ปกติอาจต้องจ่ายหลักร้อยถึงพันบาท
2. คอร์สเรียน AI ฟรี ผ่านระบบ "Learn to Earn"
โครงการไม่ได้แจกเพียงสิทธิ์ใช้งาน แต่มาพร้อมแพลตฟอร์มการเรียนรู้เพื่ออัปสกิล (Upskill) สอนตั้งแต่พื้นฐาน การเขียนคำสั่ง (Prompt Engineering) ไปจนถึงการประยุกต์ใช้เพื่อสร้างรายได้และต่อยอดอาชีพ
3. รับใบเซอร์ฯ (Certification) รับรองผล
เมื่อเรียนจบหลักสูตรที่กำหนด ผู้เข้าร่วมจะได้รับใบประกาศนียบัตรที่พัฒนาร่วมกับบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ สามารถนำไปใช้พัฒนาโปรไฟล์ในการสมัครงานได้
เงื่อนไขและวิธีลงทะเบียน TH-AI Passport
กระทรวงดีอีระบุว่า โครงการนี้กำหนดเกณฑ์และแนวทางการใช้งานเบื้องต้นไว้ดังนี้
- คุณสมบัติผู้มีสิทธิ์ ประชาชนชาวไทยที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป
- การยืนยันตัวตน ผู้ใช้งานต้องลงทะเบียนและยืนยันตัวตนผ่านระบบของรัฐ เช่น แอปพลิเคชัน ThaiD เพื่อยืนยันสิทธิ์และป้องกันการสวมสิทธิ์หรือซื้อขายบัญชี
- รูปแบบการใช้งาน ใช้งานผ่านแพลตฟอร์มกลางของโครงการแทนการล็อกอินผ่านแอปพลิเคชันส่วนตัวของผู้ให้บริการแต่ละราย โดยจะมีการบริหารจัดการปริมาณการใช้งาน (Token) อย่างเหมาะสมในแต่ละกลุ่มผู้ใช้
บริบทความท้าทาย ทำไมไทยต้องเร่งผลักดัน AI?
จากข้อมูลของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมที่นำเสนอต่อรัฐสภา พบว่าอัตราการเข้าถึงและการใช้เทคโนโลยี AI ของคนไทยและผู้ประกอบการไทยในปัจจุบันยังอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ โดยมีสัดส่วนเพียง 10.67% เท่านั้น เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามซึ่งอยู่ที่ 23.5% และสิงคโปร์ที่พุ่งสูงถึง 60.9%
ขณะเดียวกัน สภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) ประเมินว่าภายในปี พ.ศ. 2573 งานในประเทศไทยอย่างน้อย 20% จะถูกแทนที่หรือปรับเปลี่ยนโดยระบบ AI โครงการ TH-AI Passport จึงถูกวางตัวเป็น "ทางลัด" ในการยกระดับแรงงานไทยให้เท่าทันภูมิภาค
อย่างไรก็ตาม โครงการนี้ยังคงได้รับการจับตามองและตรวจสอบจากสังคมและภาคการเมืองอย่างใกล้ชิด ทั้งในประเด็นความคุ้มค่าของงบประมาณ 1.6 พันล้านบาท ความโปร่งใสในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง รวมถึงแนวทางการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ซึ่งทางกระทรวงดีอีชี้แจงว่า ข้อมูลการใช้งาน (Prompt) ทั้งหมดจะถูกเก็บรักษาในรูปแบบไม่ระบุตัวตน (Anonymized Form) ภายในระบบคลาวด์ในประเทศไทย และข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปพัฒนาต่อยอดโครงการ ThaiLLM (โมเดลภาษาไทย) เพื่อสร้างอธิปไตยทางเทคโนโลยีให้กับประเทศในระยะยาว



