นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และนางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามการบริหารจัดการน้ำและความคืบหน้าโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำบ้านร่องเปา พร้อมรับฟังปัญหาจากเกษตรกรในพื้นที่ โดยมีคณะผู้บริหาร ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและท้องถิ่นเข้าร่วม ณ อาคารศิริวัฒน์ ต.ป่าแงะ อ.ป่าแดด จ.เชียงราย
เร่งผลักดันสร้างประตูระบายน้ำบ้านร่องเปา
นายสุริยะ กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการลงพื้นที่ เพราะนโยบายที่ดีต้องเริ่มจากการรับฟังประชาชน และการแก้ปัญหาที่แท้จริงต้องลงมือทำให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ พร้อมเดินหน้าสนับสนุนพี่น้องเกษตรกรอย่างเต็มที่ ทั้งการบริหารจัดการน้ำ การลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต ยกระดับคุณภาพสินค้า และสร้างโอกาสทางการตลาด เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคงและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ขณะเดียวกัน กระทรวงแรงงานจะช่วยเสริมทักษะอาชีพและความมั่นคงด้านแรงงาน เพื่อให้การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนเดินหน้าไปพร้อมกัน
จากการรับฟังปัญหาพบว่า ฝายร่องเปาในปัจจุบันเกิดการชำรุดทรุดโทรมจากการกัดเซาะของกระแสน้ำ ส่งผลให้ไม่สามารถบริหารจัดการน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกษตรกรจึงได้เสนอขอรับการสนับสนุนโครงการประตูระบายน้ำพร้อมระบบส่งน้ำ
ข้อมูลกรมชลประทานชี้โครงการครอบคลุม 18,700 ไร่
ข้อมูลจาก กรมชลประทาน ระบุว่า โครงการดังกล่าวได้ถูกบรรจุไว้ในแผนงานระยะปานกลาง (MTEF) ปี พ.ศ. 2571 แล้ว โดยประกอบด้วยการก่อสร้างประตูระบายน้ำพร้อมระบบส่งน้ำความยาวรวม 34 กิโลเมตร ซึ่งหากดำเนินการแล้วเสร็จ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการน้ำและครอบคลุมพื้นที่รับประโยชน์กว่า 18,700 ไร่ ขยายระบบชลประทาน อ.พาน แก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก
จากนั้น คณะได้เดินทางต่อไปยังเทศบาลตำบลเมืองพาน อ.พาน จ.เชียงราย เพื่อรับเรื่องร้องเรียนจากเกษตรกรที่ต้องการให้รัฐบาลพัฒนาแหล่งน้ำ แก้ปัญหาขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้งและบรรเทาอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ซึ่งมีโครงการสำคัญที่กรมชลประทานเตรียมผลักดัน ได้แก่โครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำบ้านแม่หนาด พร้อมระบบส่งน้ำ ช่วยสนับสนุนพื้นที่การเกษตรกว่า 800 ไร่ โครงการปรับปรุงระบบส่งน้ำคลองซอย 3La-RMC (ต.สันกลาง) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการส่งน้ำครอบคลุมพื้นที่ 1,650 ไร่ และโครงการก่อสร้างคลองส่งน้ำและฝายน้ำล้น (ต.ทานตะวัน) เพื่อกักเก็บ กระจายน้ำ และป้องกันปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก
สั่งการฝนหลวงดับไฟป่า สู้ภัยแล้งและ PM 2.5
นายสุริยะ ยังระบุอีกว่า จากการรับฟังปัญหาและความต้องการของพี่น้องประชาชน ได้มอบหมายให้ทุกหน่วยงานเร่งขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการบริหารจัดการน้ำและการปฏิบัติการฝนหลวง โดยมอบหมายให้กรมชลประทานเร่งผลักดันโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ ทั้งโครงการประตูระบายน้ำและระบบส่งน้ำ ควบคู่กับการขุดลอกและกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ รวมถึงเพื่อช่วยบรรเทาปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง เพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำสำหรับการเกษตรและการอุปโภคบริโภค
นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ยังได้สั่งการให้กรมฝนหลวงฯ ติดตามสภาพอากาศและปฏิบัติการเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มน้ำต้นทุน บรรเทาภัยแล้ง และลดผลกระทบจากไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM2.5 พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยงานบูรณาการการทำงานและเร่งรัดการดำเนินโครงการ เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์โดยเร็ว
“การบริหารจัดการน้ำถือเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาภาคการเกษตร กระทรวงเกษตรฯ จึงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บน้ำ การกระจายน้ำ และการป้องกันความเสียหายจากภัยธรรมชาติ ทั้งนี้ ข้อเสนอของพี่น้องประชาชนทุกเรื่องคือข้อมูลสำคัญในการขับเคลื่อนการทำงานของรัฐบาล ผมขอยืนยันว่า กระทรวงเกษตรฯ จะเร่งผลักดันให้ทุกปัญหาได้รับการแก้ไข เพื่อให้พี่น้องประชาชนและเกษตรกรมีน้ำกินน้ำใช้ตลอดทั้งปี อันจะส่งผลให้มีความมั่นคงในการประกอบอาชีพ มีรายได้ที่เพียงพอ และสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตได้อย่างยั่งยืน” นายสุริยะ กล่าวทิ้งท้าย



