เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 นายธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ หรือ ดร.เรือบิน ผู้อำนวยการดีโหวต (D-vote) มหาวิทยาลัยศรีปทุม เปิดเผยผลสำรวจความต้องการด้าน AI และโครงการ TH-AI Passport จากกลุ่มตัวอย่าง 1,172 คน ระหว่างวันที่ 11–14 มิถุนายน 2569 กระจายทุกช่วงอายุ อาชีพ และภูมิภาคทั่วประเทศ ค่าความเชื่อมั่นร้อยละ 92.0 โดยศูนย์โพลดีโหวต
สิ่งที่ค้นพบ
ผู้ตอบ 75% ใช้ AI อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง โดย 54% ใช้ทุกวันหรือเกือบทุกวัน ยิ่งการศึกษาสูงยิ่งใช้ AI บ่อย ช่องว่างการเข้าถึงอยู่ที่กลุ่มการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี ผู้ที่ใช้ AI เป็นประจำประเมินว่าโครงการไม่คุ้มค่า 91% ใกล้เคียงกับผู้ที่ไม่ได้ใช้ที่ 93% การรับรู้งบประมาณสัมพันธ์กับความเห็นว่าไม่คุ้มค่า โดย 92% รู้ว่างบประมาณอยู่หลักพันล้านบาท และในกลุ่มนี้ 93% ประเมินว่าไม่คุ้มค่า ความเชื่อมั่นด้านการคุ้มครองข้อมูลอยู่ในระดับต่ำ 95% ไม่เชื่อมั่น ความต้องการให้ตรวจสอบโครงการสูงถึง 99%
ทิศทาง AI ที่ประชาชนต้องการ
ทิศทาง AI จากภาครัฐที่ต้องการมากที่สุดคือการลดคอร์รัปชัน 60% และลดขั้นตอนราชการ 48% ขณะที่โครงการ TH-AI Passport อยู่ที่ 1% เท่านั้น 54% ไม่คาดหวังว่าโครงการจะช่วยอะไรได้ และความคาดหวังด้านการเพิ่มรายได้อยู่ระดับต่ำ 13% นอกจากนี้ 23% ของผู้ตอบจ่ายเงินใช้ AI แบบ Pro อยู่แล้ว
ผลวิเคราะห์เชิงลึก
ผู้ตอบส่วนใหญ่ผ่านขั้นรู้จัก AI สู่การใช้ AI แล้ว (85% เคยได้ยินโครงการ, 75% ใช้ AI อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง) โจทย์นโยบายจึงอยู่ที่การยกระดับสู่การใช้เป็น ใช้ปลอดภัย และใช้เกิดประโยชน์จริง ประชาชนมอง AI เป็นเครื่องมือเพื่อพัฒนาสาธารณะ โดยเน้นธรรมาภิบาลและการพัฒนาระบบสาธารณะ อุปสรรคหลักคือความจำเป็น 45% และไม่รู้วิธีใช้ 12% สะท้อนว่าการสนับสนุนควรครอบคลุมการอบรม การเชื่อมโยงกรณีการใช้งาน และระบบให้คำปรึกษา ผู้ตอบ 99% ต้องการการตรวจสอบ แสดงว่าการสนับสนุนต้องมาพร้อมกับความโปร่งใสและตรวจสอบได้ การใช้ AI สัมพันธ์กับการศึกษา อายุ และอาชีพ การออกแบบนโยบายควรคำนึงถึงกลุ่มที่เข้าถึงน้อยกว่า
ข้อเสนอนโยบาย
1. วัดผลที่ผลลัพธ์มากกว่ายอดแจกสิทธิ์
กำหนดตัวชี้วัดที่ผู้ใช้งานจริง อัตราการเรียนจบหลักสูตร และทักษะที่เพิ่มขึ้น ผูกการเบิกจ่ายกับผลลัพธ์ พิจารณากลไกจ่ายตามการใช้งานจริง
2. เสริมความโปร่งใสและการตรวจสอบ
เปิดเผยข้อมูลภาพรวมต่อสาธารณะอย่างต่อเนื่อง โดยไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เปิดให้มีการตรวจสอบอิสระ เช่น สตง. หรือผู้สอบบัญชี เข้าถึงข้อมูลการใช้งานและบันทึกการตรวจสอบ เผยแพร่ผลการตรวจประเมินความปลอดภัยข้อมูล
3. ออกแบบให้เข้าถึงกลุ่มที่เข้าถึงน้อยกว่า
กำหนดเป้าหมายเฉพาะกลุ่มการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี ต่างจังหวัด และอาชีพเปราะบาง พร้อมระบบสนับสนุนครบวงจร เพิ่มการประยุกต์ใช้ที่ตรงความต้องการ เช่น การใช้ AI เพื่อความโปร่งใสและลดขั้นตอนบริการภาครัฐ



