สช.-มหาเถรสมาคมเปิด Dashboard สุขภาพพระสงฆ์ ฉายภาพสถานการณ์ครั้งแรก
สช.-มหาเถรสมาคมเปิด Dashboard สุขภาพพระสงฆ์ครั้งแรก

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ร่วมกับมหาเถรสมาคม (มส.) และภาคีเครือข่าย 12 หน่วยงาน ร่วมแถลงความร่วมมือสนับสนุนการพัฒนาฐานข้อมูลและองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ พร้อมจัดประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาตินัดแรก (ครั้งที่ 1/2569) เมื่อวันที่ 6 ก.ค. 2569 ณ วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เพื่อนำไปสู่เป้าหมายพระแข็งแรง วัดมั่นคง ชุมชนเป็นสุข โดยมีสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธมฺมธโช) กรรมการ มส. เจ้าคณะใหญ่หนกลาง ในฐานะประธานกรรมการขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพแห่งชาติ (ฝ่ายบรรพชิต) เป็นประธานในพิธี และนพ.พงษ์ศักดิ์ นิติการุญ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในฐานะผู้แทนประธานกรรมการขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ (ฝ่ายคฤหัสถ์) เข้าร่วม

ธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์: กรอบและยุทธศาสตร์เพื่อสุขภาวะคณะสงฆ์

ธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์ถือเป็นกรอบ แนวทาง เป้าหมาย และยุทธศาสตร์ให้คณะสงฆ์ทุกระดับใช้วางแผนสร้างเสริมสุขภาพ ป้องกันควบคุมโรค ตลอดจนใช้เป็นฐานอ้างอิงในการกำหนดทิศทางการพัฒนาเพื่อดูแลสุขภาวะพระสงฆ์ โดยใช้หลักทางธรรมนำทางโลกและมีพระธรรมวินัยเป็นแกนกลาง เมื่อวันที่ 30 มี.ค. 2569 ที่ประชุม มส. มีมติเห็นชอบแผนการขับเคลื่อนธรรมนูญฯ ปี 2569-2575 ใน 5 แผน ได้แก่ 1. เสริมสร้างความรอบรู้ทางสุขภาพ 2. เสริมสร้างสังคมสุขภาวะ 3. ดูแลฟื้นฟูพระสงฆ์อาพาธ 4. พัฒนาบุคลากรและนวัตกรรม 5. บริหารธรรมนูญสู่การปฏิบัติ พร้อมมอบถวายให้สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธมฺมธโช) เป็นประธานขับเคลื่อน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

Dashboard สุขภาพพระสงฆ์: เครื่องมือทรงพลังครั้งแรกของไทย

ที่ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนฯ นัดแรกได้รับทราบความคืบหน้าการพัฒนาฐานข้อมูล (Dashboard) สุขภาพพระสงฆ์ครั้งแรกของประเทศไทย ซึ่งเป็นการบูรณาการข้อมูลจาก 14 หน่วยงาน เช่น สธ. สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นต้น เพื่อฉายภาพสถานการณ์สุขภาพพระสงฆ์อย่างเป็นระบบ ครอบคลุมทุกมิติ นำไปสู่การติดตามและจัดทำนโยบายตามบริบทและตรงความต้องการที่แท้จริง โดยคาดว่าจะเปิดใช้งานได้เร็วๆ นี้

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ 3 คณะขับเคลื่อนงาน

ที่ประชุมมีมติเห็นชอบแต่งตั้งคณะอนุกรรมการฯ ภายใต้คณะกรรมการฯ จำนวน 3 คณะ ได้แก่ 1. คณะอนุกรรมการยุทธศาสตร์ ติดตาม และประเมินผล โดยมีพระธรรมวชิโรดมเป็นประธาน มี สช. และ พศ. เป็นเลขานุการ 2. คณะอนุกรรมการพัฒนาข้อเสนอนโยบายสาธารณะพระคิลานุปัฏฐาก มีพระธรรมวชิราจารย์เป็นประธาน มีกรมอนามัย และ พศ. เป็นเลขานุการ และ 3. คณะอนุกรรมการฐานข้อมูลและรายงานสุขภาพพระสงฆ์สามเณร โดยมีพระราชปัญญาวชิรากรเป็นประธาน มีกรมการแพทย์ และ พศ. เป็นเลขานุการ โดยคณะอนุกรรมการทั้ง 3 คณะจะประชุมจัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อนำไปสู่ผลสัมฤทธิ์เชิงประจักษ์ตามที่สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนีเน้นย้ำ แล้วนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนฯ ต่อไป

สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนีชี้ Dashboard เป็นประทีปส่องทาง

สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธมฺมธโช) กล่าวสัมโมทนียกถาตอนหนึ่งว่า การจัดทำฐานข้อมูลและ Dashboard นำเสนอสถานการณ์สุขภาพพระสงฆ์สามเณรเป็นเครื่องมืออันทรงพลังที่เกิดจากสติปัญญาและความร่วมมือของทุกฝ่าย ข้อมูลและระบบเหล่านี้ไม่ใช่เพียงตัวเลขหรือสถิติ แต่เป็นประทีปส่องทางที่จะช่วยมองเห็นปัจจัยต่างๆ ในการขับเคลื่อนงานได้อย่างทะลุปรุโปร่ง ช่วยให้วางแผนและกำหนดนโยบายสาธารณะผ่านแผนปฏิบัติการฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและแม่นยำในทุกระดับ

“ความร่วมมือในครั้งนี้ยึดมั่นในหลักการใช้ทางธรรมนำทางโลก โดยมีพระธรรมวินัยเป็นแกนกลางในการดำเนินงาน พระสงฆ์มิได้เป็นเพียงผู้รับการดูแลสุขภาวะจากทางโลกเท่านั้น หากแต่พระสงฆ์จักได้พัฒนาตนเองขึ้นมาเป็นผู้นำด้านสุขภาวะ เพื่อยกระดับให้พระแข็งแรง วัดมั่นคง และนำไปสู่การขยายผลให้วัดเป็นศูนย์กลางแห่งความรอบรู้ด้านสุขภาพแก่อุบาสกอุบาสิกาในชุมชน อันจะนำไปสู่ความร่มเย็นเป็นสุขของสังคมโดยรวมอย่างยั่งยืน” สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี กล่าว

สถานการณ์สุขภาพพระสงฆ์ไทย: ข้อมูลปี 2568 ชี้ความจำเป็นเร่งด่วน

นพ.สุเทพ เพชรมาก เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวถึงสถานการณ์สุขภาพพระสงฆ์ซึ่งสำรวจในปี 2568 ว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีพระสงฆ์สามเณรขึ้นทะเบียนทั่วประเทศ 237,725 ราย ในจำนวนนี้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป 36.1% และพบว่ามีพระสงฆ์ที่ป่วยร่วมตั้งแต่ 2 โรคขึ้นไป 20.4% ขณะที่มีวัดผ่านเกณฑ์วัดส่งเสริมสุขภาพ 19,484 แห่ง และมีพระคิลานุปัฏฐาก (อสว.) ที่ผ่านการอบรมแล้ว 14,421 รูป จากข้อมูลอัตราการวินิจฉัยจริงในระบบบริการทั่วประเทศ ปี 2568 จากระบบข้อมูลสุขภาพ (HISO) พบว่าพระสงฆ์ป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง เบาหวาน ไตวายเรื้อรัง และเก๊าท์หรือข้ออักเสบ ตามลำดับ

ต้นตอของปัญหา พบว่าเป็นพระสงฆ์เลือกหรือปรุงอาหารเองไม่ได้ ต้องฉันตามที่ญาติโยมถวาย ซึ่งมักมีไขมัน น้ำตาล และเกลือสูง ตลอดจนขาดกิจกรรมทางกายเนื่องด้วยข้อจำกัดทางพระวินัยและวิถีชีวิต บางกลุ่มมีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น สูบบุหรี่ ดื่มกาแฟ เครื่องดื่มชูกำลัง โครงสร้างอายุพระสูงขึ้น และข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการสุขภาพ ทั้งการเดินทางและขั้นตอนที่ไม่เหมาะกับพระสงฆ์

“แม้ปัจจุบันประเทศไทยจะมีเครือข่ายพระคิลานุปัฏฐากและวัดส่งเสริมสุขภาพครอบคลุมทั่วประเทศแล้ว แต่จากข้อมูลพบว่าพระสงฆ์เกือบ 4 ใน 10 รูป เป็นผู้สูงอายุ และราว 1 ใน 5 รูป ป่วยร่วมหลายโรคพร้อมกัน ตลอดจนปัญหาอื่นๆ ที่เป็นภัยคุกคามสุขภาพ ทั้งมลพิษในวัดที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เสี่ยง การถวายอาหารแปรรูปและปนเปื้อนสารเคมี ความเสี่ยงโรคอุบัติใหม่และโรคระบาด เหล่านี้สะท้อนความจำเป็นเร่งด่วนของการดูแลเชิงป้องกันและองค์รวม ตลอดจนการขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์ให้เกิดรูปธรรม” นพ.สุเทพ กล่าว