ศุภมาสเดินหน้า Lemon Law คุ้มครองผู้บริโภค ชดเชย 22 ล้านบาทใน 2 เดือน
ศุภมาสเดินหน้า Lemon Law คุ้มครองผู้บริโภค ชดเชย 22 ล้าน

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการดำเนินงานของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน 2569 ว่า สคบ. สามารถดำเนินการชดเชยให้ผู้บริโภคได้รวมกว่า 22.6 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ อยู่ระหว่างส่งพนักงานอัยการดำเนินคดีมูลค่า 14.5 ล้านบาท ศาลมีคำพิพากษาให้ผู้ประกอบธุรกิจชดเชยมูลค่า 6.2 ล้านบาท และยุติเรื่องโดยไม่ต้องฟ้องคดีมูลค่ากว่า 1.9 ล้านบาท

เดินหน้า Lemon Law คุ้มครองผู้บริโภค

นางสาวศุภมาสกล่าวว่า ร่างพระราชบัญญัติความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า หรือ Lemon Law ซึ่งรัฐบาลผลักดันผ่านวาระรับหลักการจากสภาผู้แทนราษฎรแล้วเมื่อเดือนมิถุนายน 2569 ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อกลั่นกรองรายละเอียด โดยกฎหมายนี้จะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับสิทธิผู้บริโภค โดยเฉพาะกรณีสินค้าชำรุดบกพร่องหรือไม่เป็นไปตามที่โฆษณา

มาตรการป้องกันระยะยาว 3 เรื่อง

ที่ประชุมคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (คคบ.) ครั้งที่ 4/2569 ยังเห็นชอบมาตรการป้องกันระยะยาว 3 เรื่องสำคัญ ได้แก่ 1) ขอให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเป็นหน่วยงานหลักในการบูรณาการบังคับใช้กฎหมายกับแพลตฟอร์มซื้อขายออนไลน์ต่างชาติ 2) ประสานกระทรวงมหาดไทยกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยบ้านพักพูลวิลล่า โดยให้มีวิศวกรรับรองระบบไฟฟ้าและสระว่ายน้ำ พร้อมประกันภัยคุ้มครองผู้ใช้บริการ 3) สนับสนุนการแก้ไขพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 ให้มีระบบตรวจสอบย้อนกลับเพื่อระงับสินค้าไม่ปลอดภัยได้รวดเร็ว

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ดำเนินคดีเพิ่ม 33 คดี มูลค่า 6 ล้านบาท

ที่ประชุม คคบ. มีมติให้ดำเนินคดีแพ่งกับผู้ประกอบธุรกิจที่ละเมิดสิทธิผู้บริโภคเพิ่มอีก 33 คดี มูลค่ารวมกว่า 6 ล้านบาท ครอบคลุมข้อพิพาทด้านอสังหาริมทรัพย์มากที่สุด รองลงมาคือ การให้บริการ สินค้าทั่วไป และการซื้อขายสินค้าออนไลน์

เร่งจัดการกรณีของเล่นสกุชชี่และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

ที่ประชุมหารือประเด็นความปลอดภัยของเล่นสกุชชี่ หลัง สคบ. ตรวจสอบเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 พบสินค้าบางรายการไม่แสดงฉลากและไม่มีเครื่องหมาย มอก. จึงขอให้บูรณาการกับสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมตรวจสอบเชิงลึกและบังคับใช้กฎหมาย นอกจากนี้ กรณีผู้บริโภคเสียชีวิตหลังรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่สั่งซื้อออนไลน์ สคบ. ได้นัดเจรจาไกล่เกลี่ยในวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 และมอบหมายให้ อย. เฝ้าระวังการโฆษณาและการจำหน่าย รวมถึงบูรณาการข้อมูลนำไปสู่การตรวจค้นแหล่งผลิตสเตียรอยด์เถื่อน 3 จุด ยึดของกลางกว่า 1.8 ล้านชิ้น มูลค่ากว่า 50 ล้านบาท

นางสาวศุภมาสกล่าวทิ้งท้ายว่า "ทุกเคสที่ สคบ. ได้เร่งช่วยเหลือผู้บริโภคในห้วง 2 เดือนที่ผ่านมา ดิฉันได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งดำเนินการตามมติวันนี้ให้เห็นผลโดยเร็วที่สุด เพราะความปลอดภัยของประชาชนคือสิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก" พร้อมแนะนำให้ผู้บริโภคตรวจสอบฉลาก เครื่องหมายมาตรฐาน และตัวตนผู้ขายก่อนซื้อสินค้าออนไลน์ หากไม่ได้รับความเป็นธรรมสามารถแจ้งสายด่วน สคบ. 1166 แอปพลิเคชัน OCPB Connect เว็บไซต์ ocpb.go.th หรือศูนย์ดำรงธรรมทั่วประเทศ