วันที่ 18 มิถุนายน 2569 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ตนเตรียมทบทวนแนวทางปรับโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าภาคครัวเรือนใหม่ หลังจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อข้อเสนอปรับอัตราค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้า (Progressive Rate) โดยจะชะลอแนวทางการปรับขึ้นค่าไฟสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าเกิน 400 หน่วยต่อเดือนไว้ก่อน หลังมีเสียงสะท้อนจากประชาชนจำนวนมาก ว่าผู้ใช้ไฟสูง ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นผู้มีรายได้สูงเสมอไป
แผนลดค่าไฟ 200 หน่วยแรก ยังเดินหน้าต่อ
นายเอกนัฏ ระบุต่อไปว่า สำหรับแนวคิดเดิมตนต้องการลดค่าไฟสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 200 หน่วยแรกต่อเดือน ให้เหลือไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย โดยนำภาระบางส่วนไปเฉลี่ยกับผู้ใช้ไฟมากกว่า 400 หน่วยต่อเดือนขึ้นไป แต่ผลการรับฟังความคิดเห็นพบว่าหลายครัวเรือนมีสมาชิกอาศัยอยู่จำนวนมาก หรืออยู่ระหว่างการปรับตัวติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ จึงอาจได้รับผลกระทบจากมาตรการดังกล่าว ทำให้ต้องกลับมาทบทวนแนวทางใหม่
ขณะที่เป้าหมายลดค่าไฟ 200 หน่วยแรก จะยังคงเดินหน้าต่อ โดยจะไม่ใช้วิธีผลักภาระไปยังผู้ใช้ไฟกลุ่มอื่นๆ แต่จะมุ่งแก้ไขต้นทุนเชิงโครงสร้างของระบบไฟฟ้าแทน ผ่าน 3 มาตรการสำคัญ ได้แก่ การทบทวนสัญญารับซื้อไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่ได้รับเงินส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า (Adder) การลดความสูญเสียในระบบไฟฟ้าและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานภาครัฐ รวมถึงการทบทวนภาระค่าความพร้อมจ่าย (Availability Payment : AP) ของโรงไฟฟ้า และการบริหารจัดการโรงไฟฟ้าบางประเภทที่มีประสิทธิภาพต่ำ
ค่าไฟงวด พ.ค.-ส.ค. ยังอัตราเดิม
ล่าสุด กระทรวงพลังงาน เตรียมเสนอที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ภายใน 2 สัปดาห์ เพื่อกำหนดประเภทผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทใหม่สำหรับกลุ่ม Data Center โดยเฉพาะ เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ใช้ไฟฟ้าปริมาณสูงและกำลังขยายการลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยจะกำหนดโครงสร้างค่าไฟที่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง และไม่สร้างภาระต่อประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วไป
“หากสามารถดำเนินการทั้ง 3 เรื่องได้สำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นการลดภาระแอดเดอร์ ลดค่าความพร้อมจ่าย และจัดระเบียบต้นทุนระบบไฟฟ้า รวมถึงให้ Data Center เข้ามารับภาระต้นทุนที่เหมาะสม ก็จะช่วยให้ประชาชนใช้ไฟ 200 หน่วยแรก ในอัตรา 3 บาทต่อหน่วย ได้โดยไม่จำเป็นต้องขึ้นค่าไฟผู้ใช้เกิน 400 หน่วย”
โดยในระหว่างนี้อัตราค่าไฟฟ้าจะยังคงใช้โครงสร้างเดิม โดยค่าไฟเฉลี่ยงวดเดือนพฤษภาคม - สิงหาคม อยู่ที่ 3.95 บาทต่อหน่วย ขณะเดียวกัน กระทรวงพลังงานกำลังหารือกับหน่วยงานไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือผู้ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 200 หน่วยต่อเดือนก่อนเป็นลำดับแรก ซึ่งมีอยู่ 15 ล้านครัวเรือน หรือ 2 ใน 3 ของผู้ใช้ไฟบ้านทั้งหมด 23 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ โดยอาจเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาภายในเดือนมิถุนายน หรือไม่เกินเดือนกรกฎาคมนี้
ต้นทุนเชื้อเพลิงลดหนุนค่าไฟถูกลง
ส่วนในประเด็นปัจจัยต้นทุนเชื้อเพลิง พบว่า ราคาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ในตลาดโลกเริ่มปรับตัวลดลงจาก 25 ดอลลาร์ต่อล้านบีทียู เหลือ 15 ดอลลาร์ต่อล้านบีทียู ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าและเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ค่าไฟฟ้ามีโอกาสปรับลดลงในระยะต่อไป
สำหรับการรองรับการลงทุน Data Center กระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างผลักดันการเปิดตลาดซื้อขายไฟฟ้าสะอาดแบบเสรี เพื่อรองรับความต้องการใช้พลังงานหมุนเวียนของนักลงทุนต่างชาติ ควบคู่กับการเร่งจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) ฉบับใหม่ให้แล้วเสร็จภายใน 1-2 เดือนข้างหน้า โดยกำหนดเป้าหมายการเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดให้สอดคล้องกับเป้าหมาย Net Zero ของประเทศ
รมว.พลังงาน กล่าวถึงสถานการณ์ราคาน้ำมัน
รมว.พลังงาน กล่าวต่อไปว่า สถานการณ์ราคาน้ำมันในประเทศที่ราคาดีเซลปรับลดลงมาอยู่ที่ 38.80 บาทต่อลิตร จาก 50 บาทในช่วงก่อนหน้า และยังมีโอกาสปรับลดลงได้อีก หากราคาน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดโลกอ่อนตัวลงต่อเนื่อง ขณะที่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง มีภาระหนี้ลดลงเหลือ 50,000 ล้านบาท จากเดิม 60,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานยังอยู่ระหว่างศึกษาการปรับโครงสร้างราคาน้ำมันในระยะยาว ทั้งแนวทางอ้างอิงราคาสิงคโปร์ การทบทวนค่าพรีเมียม และการพัฒนากลไกกำกับค่าการกลั่นให้เหมาะสม เพื่อให้ระบบราคาพลังงานของประเทศมีความเป็นธรรมและโปร่งใสมากขึ้นในอนาคต



