นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าโครงการแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต จะเริ่มดำเนินการในวันที่ 25 กันยายน 2567 โดยย้ำว่ามาตรการนี้ไม่ใช่สวัสดิการของรัฐ แต่เป็นนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น เพื่อเพิ่มกำลังซื้อและขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก
เงื่อนไขและกลุ่มเป้าหมาย
โครงการนี้กำหนดกลุ่มเป้าหมายเป็นประชาชนอายุ 16-59 ปี ที่มีรายได้ไม่เกิน 70,000 บาทต่อเดือน และมีเงินฝากรวมไม่เกิน 500,000 บาท คาดว่าจะมีผู้ได้รับสิทธิประมาณ 50 ล้านคน ใช้งบประมาณรวม 5 แสนล้านบาท โดยรัฐบาลจะโอนเงินผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง และสามารถใช้จ่ายได้เฉพาะร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการภายในรัศมี 4 กิโลเมตรจากที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน
นายกฯ ชี้แจงประเด็นข้อกังวล
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า "โครงการนี้เป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ใช่รัฐสวัสดิการถาวร รัฐบาลต้องการให้เงินหมุนเวียนในระบบทันที" พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลมีวินัยทางการเงิน โดยแหล่งเงินมาจากการบริหารจัดการงบประมาณและภาษี ไม่ใช่การพิมพ์ธนบัตรเพิ่ม
ข้อจำกัดในการใช้จ่าย
เงินดิจิทัลที่ได้รับสามารถใช้ซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคได้ แต่ไม่รวมถึงสินค้าฟุ่มเฟือย เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ และบริการบางประเภท โดยมีระยะเวลาใช้จ่าย 6 เดือน นับจากวันที่ได้รับสิทธิ
มุมมองนักเศรษฐศาสตร์
นักเศรษฐศาสตร์หลายรายมองว่าโครงการนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น แต่กังวลเรื่องผลกระทบต่อหนี้สาธารณะและเงินเฟ้อ ดร.นิธิ ภัทรานุสรณ์ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า "การแจกเงินครั้งใหญ่อาจทำให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นชั่วคราว โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลที่สินค้ามีจำกัด"
ขั้นตอนการลงทะเบียน
ประชาชนสามารถตรวจสอบสิทธิและลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2567 เป็นต้นไป โดยรัฐบาลจะแจ้งผลการอนุมัติผ่านทาง SMS และแอปพลิเคชัน คาดว่าการโอนเงินจะเริ่มในวันที่ 25 กันยายน 2567 ตรงกับช่วงก่อนเทศกาลกินเจ



