ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาได้มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 วงเงิน 3.75 ล้านล้านบาท ด้วยคะแนนเสียง 272 ต่อ 196 เสียง โดยมีผู้ไม่ลงคะแนน 2 เสียง เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2567
สาระสำคัญของร่างงบประมาณ
นายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน กล่าวระหว่างการอภิปรายว่า ร่างงบประมาณนี้มุ่งเน้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการลงทุน เพื่อสร้างรายได้และลดความเหลื่อมล้ำ โดยมีกรอบวงเงินรวม 3.75 ล้านล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1.9% หรือประมาณ 70,000 ล้านบาท
งบประมาณดังกล่าวประกอบด้วยรายจ่ายประจำ 2.79 ล้านล้านบาท และรายจ่ายลงทุน 0.96 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนรายจ่ายลงทุนร้อยละ 25.6 ซึ่งสูงที่สุดในรอบ 10 ปี
การอภิปรายและการคัดค้าน
ฝ่ายค้านนำโดยพรรคก้าวไกลได้อภิปรายคัดค้าน โดยระบุว่างบประมาณไม่สอดคล้องกับปัญหาปากท้องของประชาชน และขาดความโปร่งใสในการจัดสรรงบประมาณให้กับโครงการต่างๆ
นายชัยธวัช ตุลาธน สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า “งบประมาณนี้เป็นงบประมาณที่สร้างหนี้สินให้กับประเทศในระยะยาว โดยไม่มีการปฏิรูปโครงสร้างภาษีหรือการลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น”
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ
นักวิเคราะห์จากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) มองว่า การเพิ่มสัดส่วนรายจ่ายลงทุนเป็นสัญญาณที่ดีต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน แต่จำเป็นต้องมีมาตรการกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพเพื่อป้องกันการทุจริต
ทั้งนี้ ร่างงบประมาณฯ จะส่งต่อไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อตรวจสอบ ก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย และประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป



