กก.สรรหา กสทช. ชี้ขาดคุณสมบัติ 'หมอสรณ' วันนี้ 9 โมง
กก.สรรหา กสทช. ชี้ขาดคุณสมบัติ 'หมอสรณ' วันนี้ 9 โมง

วันที่ 10 กรกฎาคม 2569 นายประพันธ์ คูณมี อดีตสมาชิกวุฒิสภา และอดีตกรรมาธิการไอซีที วุฒิสภา เปิดเผยว่า ในวันนี้ เวลา 09.00 น. คณะกรรมการสรรหากสทช. จะประชุมเพื่อพิจารณาประเด็นตรวจสอบคุณสมบัติของ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ว่าขาดคุณสมบัติหรือไม่ ซึ่งกรรมการสรรหาอาจมีมติชี้ขาดในวันนี้

อดีต กมธ.ไอซีที ย้ำอำนาจกรรมการสรรหา

นายประพันธ์กล่าวว่า กรรมการสรรหา กสทช. มีอำนาจในการวินิจฉัยคุณสมบัติของประธาน กสทช. ตามที่คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความไว้แล้ว โดยคณะกรรมการกฤษฎีกาคณะที่ 1 ซึ่งมีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานวุฒิสภา เป็นประธาน พร้อมด้วยกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เช่น นายอารีย์ วงศ์อารยะ, นายปรีชา วัชราภัย, นายสุรชัย ภู่ประเสริฐ, นายอัครวิทย์ สุมาวงศ์, นายประสพสุข บุญเดช, นายดิสทัต โหตระกิตย์, หม่อมหลวงไกรฤกษ์ เกษมสันต์, นายกฤษฎา บุญราช และนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ได้วินิจฉัยว่ากรรมการสรรหามีอำนาจในการพิจารณาชี้ขาดคุณสมบัติของประธาน กสทช.

ประเด็นการทำหน้าที่รักษาคนไข้

นายประพันธ์ชี้แจงว่า จากบันทึกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่อง การดำรงตำแหน่งประธานและกรรมการ กสทช. ปรากฏข้อเท็จจริงตามที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินแจ้งว่า นพ.สรณ ยังคงทำหน้าที่ตรวจและรักษาคนไข้ผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน โดยได้รับค่าตอบแทนเป็นรายชั่วโมงเรื่อยมาจนถึงวันที่ 12 เมษายน 2565 โดยอ้างถึงหนังสือมหาวิทยาลัยมหิดลถึงสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ลับ ด่วนที่สุด ที่ อว 78/ล ไม่ปรากฏวันที่ เดือนพฤษภาคม 2567 ซึ่งแม้จะเป็นวันก่อนวันที่ได้รับแต่งตั้งเป็นประธาน กสทช. ก็อาจเข้าลักษณะเป็นการกระทำอันต้องห้ามตามมาตรา 8 (2) และอาจเป็นส่วนที่แสดงให้เห็นว่ายังมิได้ลาออกหรือเลิกประกอบอาชีพหรือวิชาชีพนั้นภายในเวลาที่ประธานวุฒิสภากำหนด จึงอาจเข้าข่ายข้อสันนิษฐานว่าสละสิทธิในการรับแต่งตั้งเป็นกรรมการ กสทช. ตามมาตรา 18 อันเป็นผลให้ต้องดำเนินการสรรหาใหม่

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

อำนาจของคณะกรรมการสรรหาชุดเดิม

นายประพันธ์กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. ชุดเดิม ซึ่งต้องดำเนินการตามมาตรา 16 วรรคห้า ประกอบกับมาตรา 18 ต่อไป และเมื่อเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง กรณีจึงยังอยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการสรรหาชุดเดิมที่จะต้องตรวจสอบและวินิจฉัยคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามหรือการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนนั้นต่อไป

“กรรมการสรรหา กสทช. มีอำนาจในการวินิจฉัยคุณสมบัติของประธาน กสทช. อยู่แล้ว ตามคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความ และกรรมการสรรหา กสทช. เป็นถึงผู้พิพากษาศาลฎีกา ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ตาสีตาสาไม่รู้กฎหมาย ย่อมรู้ว่าตัวเองมีอำนาจในการวินิจฉัยอยู่แล้ว และมีการประชุมกันมากี่ครั้งแล้ว มีอำนาจในการวินิจฉัยแน่นอน” นายประพันธ์กล่าว

ส่วนกรณีที่ นพ.สรณ ยื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินว่ากรรมการสรรหาไม่มีอำนาจวินิจฉัยคุณสมบัติ โดยอ้างคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญปี 2555 นายประพันธ์ชี้แจงว่าเป็นคนละเรื่องกัน เพราะคำวินิจฉัยดังกล่าวไม่ได้วินิจฉัยเรื่องการชี้ขาดคุณสมบัติ และสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีกับผู้ตรวจการแผ่นดินได้ส่งเรื่องให้คณะกรรมการกฤษฎีกาวินิจฉัยแล้ว ซึ่งคณะกรรมการกฤษฎีกาก็วินิจฉัยว่ากรรมการสรรหามีอำนาจ