ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มีมติเอกฉันท์ให้คืนคลื่นความถี่ย่าน 2600 MHz จำนวน 100 MHz ให้แก่กองทัพ หลังจากที่สัมปทานของบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2567 ที่ผ่านมา การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อการพัฒนาเครือข่าย 5G ในประเทศ
รายละเอียดการคืนคลื่นความถี่
คลื่นความถี่ย่าน 2600 MHz เดิมเป็นของบริษัท อสมท ซึ่งได้รับสัมปทานจากกองทัพเพื่อใช้ในการให้บริการโทรคมนาคม หลังจากสัมปทานหมดอายุ กสทช. ได้พิจารณาทางเลือกในการนำคลื่นกลับมาจัดสรรใหม่ แต่ในที่สุดก็มีมติให้คืนคลื่นดังกล่าวให้แก่กองทัพตามข้อเรียกร้อง โดยระบุว่าเป็นไปตามเงื่อนไขในสัญญาสัมปทาน
นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองประธานกรรมการ กสทช. กล่าวว่า “การคืนคลื่นความถี่ 2600 MHz ให้กองทัพเป็นไปตามข้อกำหนดทางกฎหมายและสัญญา โดยกองทัพมีแผนจะนำคลื่นนี้ไปใช้ในกิจการด้านความมั่นคง ซึ่งเป็นเรื่องที่เราไม่อาจปฏิเสธได้”
ผลกระทบต่อ 5G ในประเทศไทย
คลื่นความถี่ 2600 MHz เป็นหนึ่งในคลื่นที่มีศักยภาพสูงสำหรับการให้บริการ 5G เนื่องจากสามารถรองรับความเร็วสูงและครอบคลุมพื้นที่กว้าง การคืนคลื่นดังกล่าวอาจส่งผลให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ต้องปรับแผนการลงทุนและอาจทำให้การขยายโครงข่าย 5G ล่าช้าออกไป
ผู้เชี่ยวชาญด้านโทรคมนาคมระบุว่า การสูญเสียคลื่น 2600 MHz จะทำให้ประเทศไทยเสียเปรียบในการแข่งขันด้าน 5G เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น มาเลเซีย และเวียดนาม ที่ได้จัดสรรคลื่นดังกล่าวให้กับผู้ให้บริการเอกชนแล้ว
ปฏิกิริยาจากภาคเอกชน
สมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์แสดงความกังวลต่อมติของ กสทช. โดยระบุว่า “การคืนคลื่น 2600 MHz ให้กองทัพโดยไม่มีการจัดสรรคลื่นทดแทนที่เหมาะสม จะส่งผลกระทบต่อการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ และอาจทำให้ผู้บริโภคไม่ได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยี 5G อย่างเต็มที่”
นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS กล่าวว่า “เราต้องยอมรับว่าการตัดสินใจครั้งนี้เป็นไปตามกฎหมาย แต่เราหวังว่ากองทัพจะพิจารณาหาทางออกที่ทำให้คลื่นความถี่นี้ยังคงถูกใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ได้บ้าง”
แนวโน้มในอนาคต
กสทช. ระบุว่าจะเร่งหารือกับกองทัพเพื่อหาแนวทางในการใช้คลื่นความถี่ร่วมกัน หรือการจัดสรรคลื่นความถี่อื่นทดแทนให้กับภาคเอกชน โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายใน 6 เดือนข้างหน้า
ขณะเดียวกัน กสทช. ยังมีแผนที่จะประมูลคลื่นความถี่ย่าน 700 MHz และ 3500 MHz ในปี 2568 เพื่อรองรับความต้องการใช้งาน 5G ที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าคลื่น 2600 MHz จะมีความสำคัญ แต่ก็ยังมีคลื่นอื่นที่สามารถนำมาใช้งานทดแทนได้



