วันที่ 30 มิถุนายน 2569 น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า กมธ.การพัฒนาการเมือง จะมีการประชุมในวันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม 2569 นี้ โดยจะมีการพิจารณาติดตามความคืบหน้าการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามในการดำรงตำแหน่งของ ศ.คลินิก สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โดยมีการเรียกเอกสารจากมหาวิทยาลัยมหิดล เนื่องจาก กมธ. มีเอกสารหลักฐานที่ยืนยันชัดเจนว่า คุณสมบัติของ ศ.คลินิก สรณ ขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่ง ประธาน กสทช.
ผลสอบจากมหาวิทยาลัยมหิดลขัดแย้งกับหลักฐานของ กมธ.
แต่มหาวิทยาลัยมหิดล กลับออกมาเผยแพร่ข่าวถึงผลสอบตามที่สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มอบหมายให้มหาวิทยาลัยมหิดลดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง ว่า ประธาน กสทช. ไม่มีสถานะเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย ก่อนเข้ารับตำแหน่งประธาน กสทช. ไม่เป็นพนักงานของรัฐในช่วงได้รับการแต่งตั้งประธาน กสทช. พ้นจากการเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยแล้ว หลังดำรงตำแหน่งประธาน กสทช. ไม่ได้รับเงินเดือนหรือค่าตอบแทนในฐานะพนักงานมหาวิทยาลัย การร่วมรักษาผู้ป่วยและถ่ายทอดความรู้ทางการแพทย์ เป็นการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะแพทย์และอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิ ไม่ใช่ในฐานะพนักงานมหาวิทยาลัยนั้น
กมธ.ย้ำหลักฐานชัดเจนตรงกันข้ามกับผลสอบ
ทาง กมธ. จึงจำเป็นต้องเรียกขอเอกสาร เพราะเรามีหลักฐานชัดเจนว่าประธาน กสทช. ขาดคุณสมบัติ ซึ่งตรงกันข้ามกับผลการตรวจสอบที่มหาวิทยาลัยมหิดลออกมาระบุอย่างสิ้นเชิง น่าแปลกใจมากกับผลสอบนี้ และแปลกใจกับมหาวิทยาลัยชั้นนำอันทรงเกียรติของประเทศนี้ อย่างไรก็ตาม หากมหาวิทยาลัยมหิดลที่อ้างว่าไม่ได้อยู่ภายในการกำกับของรัฐไม่ยอมส่งเอกสารมา ทาง กมธ. ก็ต้องจี้ไปยังกระทรวง อว. ในฐานะหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแล ต้องส่งเอกสารชี้แจงมา
หากกรรมการสรรหาเห็นต่าง กมธ.ต้องพิจารณาเร็วที่สุด
เมื่อถามว่าหากท้ายที่สุดแล้วกรรมการสรรหา กสทช. มีมติว่าประธาน กสทช. ไม่ขาดคุณสมบัติ จะดำเนินการอย่างไรต่อไป น.ส.ภคมน กล่าวว่า เราต้องรีบดำเนินการตรวจสอบและรวบรวมข้อเท็จจริงเพื่อให้กรรมการสรรหา กสทช. พิจารณาให้เร็วที่สุด เพราะเรามีหลักฐานชัดสามารถยืนยันได้ว่าประธาน กสทช. ขาดคุณสมบัติจริง ดังนั้น ก็ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการสรรหา กสทช. จะมีมติอย่างไร เพราะหากมีมติแล้วคงไม่สามารถดำเนินการอย่างไรต่อได้.



