นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กมอ.) เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 มีมติเห็นชอบให้ปรับปรุงมาตรฐานเหล็กเส้น โดยยกเลิกการใช้เหล็ก IF หรือเหล็กข้ออ้อย IF ในโครงสร้างหลักของอาคาร เช่น เสาและคาน เหล็ก IF เป็นเหล็กที่ผ่านกระบวนการหลอมเศษเหล็กด้วยเตาเหนี่ยวนำไฟฟ้า (Induction Furnace) ซึ่งนำเศษเหล็กกลับมาใช้ใหม่ แต่มีปัญหาคุณภาพต่ำ ไม่เหมาะกับงานรับน้ำหนัก
มติ กมอ. คว่ำเหล็ก IF หลังอรรถวิชช์ติดตามนาน 2 ปี
นายอรรถวิชช์กล่าวว่า ตนติดตามเรื่องนี้มาตั้งแต่ธันวาคม 2567 และขอขอบคุณสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) และข้าราชการกระทรวงอุตสาหกรรมที่ร่วมผลักดันเพื่อความปลอดภัยสาธารณะ ปัญหาของเหล็ก IF คือการนำเศษเหล็กคุณภาพต่ำใส่ในกระบวนการหลอม ทำให้ได้เหล็กเส้นที่ไม่เหมาะสมกับโครงสร้างอาคาร แม้มีราคาถูกก็ตาม
กระทบธุรกิจหมื่นล้าน 11 โรงงานผลิตเหล็ก IF
สส.พรรครวมไทยสร้างชาติยอมรับว่ามติดังกล่าวกระทบเม็ดเงินธุรกิจหลายหมื่นล้านบาท โดยมีโรงงานเหล็ก 11 แห่งที่ยังคงผลิตเหล็กระบบนี้ในประเทศไทย ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ประเทศจีนไม่ยอมรับและเลิกใช้แล้ว ขณะนี้มติ กมอ. อยู่ในขั้นตอนรับรองรายงานการประชุม ก่อนประกาศเป็นข้อบังคับ โดยต้องเปิดรับฟังความคิดเห็น 30 วัน นายอรรถวิชช์คาดว่ากลุ่มทุนอุตสาหกรรมเหล็กจะพยายามวิ่งเต้นเปลี่ยนแปลงมติ
“งานนี้เกี่ยวพันกับธุรกิจหลายหมื่นล้านบาท คนที่ต้องเซ็นหนังสืออนุมัติต้องใจนิ่งๆ ใจอย่าแกว่ง อดีตเราเคยตรวจสอบเรื่องนี้ตั้งแต่เหตุไฟไหม้บริษัท ซิน เคอ หยวนฯ ช่วงปลายปี 2567 ผมเคยบอกข้าราชการอุตสาหกรรมและผู้ใหญ่หลายคนว่า งานนี้เราทำด้วยมือ อย่าลบด้วยเท้า วันนี้ สมอ. รักษาเกียรติภูมิตัวเองในการกล้าออกกติกาเพื่อยกเลิกเหล็ก IF แล้ว หากโจทย์เปลี่ยนนำเหล็กประเภทนี้กลับมาสร้างตึกได้อีก ประเทศจะมีปัญหาแน่นอน” นายอรรถวิชช์กล่าว
ปมตึก สตง. ถล่ม อรรถวิชช์ลุยตรวจสอบต่อ
นายอรรถวิชช์ประกาศจะเดินหน้าสืบสวนมาตรฐานเหล็กในคดีอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม เนื่องจากตนเคยเป็นประธานตรวจสอบเหล็กเส้นและเคยดำรงตำแหน่งประธานที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม จากการสุ่มตรวจซากปรักหักพังพบหลักฐานชัดเจนว่าโครงสร้างตึก สตง. มีการใช้เหล็ก IF ที่ต่ำกว่ามาตรฐานสากล
อย่างไรก็ตาม ผลสอบของคณะกรรมการที่แต่งตั้งโดยนายกรัฐมนตรีในอดีตกลับชี้มูลความผิดไปที่ขั้นตอนการออกแบบอาคาร โดยระบุว่าไม่เกี่ยวข้องกับคุณภาพเหล็กและปูน ซึ่งขัดแย้งกับหลักฐานเชิงประจักษ์ นายอรรถวิชช์จึงขอตั้งคำถามไปยัง 4 สถาบันการศึกษาที่ร่วมเป็นคณะกรรมการตรวจสอบในขณะนั้นว่า มีวิธีการตรวจสอบอย่างไร เหตุใดผลลัพธ์จึงออกมาสวนทางกัน และยืนยันว่าเรื่องนี้ต้องมีคำตอบที่โปร่งใสให้สังคม



