วันที่ 24 มิถุนายน 2569 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่ารัฐบาลได้เสนอร่างกฎหมายสำคัญ 2 ฉบับเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ได้แก่ ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ ศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยมีนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้แทนคณะรัฐมนตรีเสนอร่างกฎหมายต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร รวมทั้งร่างพระราชบัญญัติความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า พ.ศ. .... หรือกฎหมาย Lemon Law โดยมีนางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้แทนคณะรัฐมนตรีเสนอร่างกฎหมายต่อที่ประชุม
ร่างกฎหมายศาลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการพิจารณาคดี
ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง และร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ ศาลยุติธรรม มีเป้าหมายเพิ่มประสิทธิภาพการพิจารณาคดีของศาลให้รวดเร็วและทันต่อปริมาณคดีที่เพิ่มขึ้น โดยกำหนดบทบาทและอำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานคดีให้ชัดเจน พร้อมยกระดับเจ้าพนักงานคดีเป็นบุคลากรวิชาชีพเฉพาะด้านของศาล เพื่อสนับสนุนการทำงานของกระบวนการยุติธรรมให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และช่วยให้ประชาชนเข้าถึงความยุติธรรมได้รวดเร็วกว่าเดิม การปรับปรุงนี้คาดว่าจะช่วยลดระยะเวลาการดำเนินคดีและเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการคดีของศาลยุติธรรม
กฎหมาย Lemon Law ยกระดับคุ้มครองผู้บริโภค
ขณะที่กฎหมาย Lemon Law มีเป้าหมายยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคของไทยให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล โดยกำหนดสิทธิของผู้ซื้อ หน้าที่และความรับผิดของผู้ขาย รวมถึงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับสินค้าที่มีความชำรุดบกพร่องไว้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะกรณีที่ไม่สามารถตรวจพบความบกพร่องได้ในขณะซื้อหรือรับมอบสินค้า เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับความเป็นธรรมและมีหลักประกันในการใช้สิทธิมากยิ่งขึ้น กฎหมายนี้จะครอบคลุมสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป รวมถึงสินค้าคงทน เช่น รถยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งที่ผ่านมาผู้บริโภคมักประสบปัญหาในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนเมื่อพบความบกพร่องภายหลังการซื้อ
ผลกระทบต่อประชาชนและกระบวนการยุติธรรม
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ร่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของกระบวนการยุติธรรมและยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ปัจจุบัน อันจะทำให้ประชาชนเข้าถึงความยุติธรรมได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น รวมทั้งได้รับความคุ้มครองและความเป็นธรรมมากขึ้นในการซื้อขายสินค้าและบริการ การผลักดันกฎหมายครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายรัฐบาลในการปฏิรูปกฎหมายเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและเสริมสร้างความเชื่อมั่นในระบบศาลและระบบคุ้มครองผู้บริโภคของไทย



