น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 9 ก.ค. 2569 ว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้ออกหมายเรียกกรรมการผู้จัดการของบริษัท พี.ซี.สยามปิโตรเลียม จำกัด จังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาในวันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคมนี้ โดยเป็นคดีพิเศษที่ 59/2569 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการกักตุนและเก็งกำไรน้ำมันในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ถือเป็นคดีที่ 3 ที่ผู้ต้องหาเข้าสู่กระบวนการดำเนินคดีตามกฎหมายภายใต้มาตรการเข้มของกระทรวงพลังงาน
DSI ขยายผลคดีน้ำมันต่อเนื่อง
น.ส.ฐิติภัสร์ ระบุว่า DSI ได้เดินหน้าขยายผลการตรวจสอบการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างต่อเนื่อง โดยคดีนี้เริ่มจากการตรวจสอบความผิดเกี่ยวกับใบกำกับการขนส่งน้ำมัน และขยายผลไปสู่การดำเนินคดีกรณีกักตุนและเก็งกำไรน้ำมันในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
สามคดีสำคัญภายใต้รัฐมนตรีเอกนัฏ
นับตั้งแต่นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้มีการดำเนินคดีสำคัญหลายคดี โดยคดีแรกคือ คดีพิเศษที่ 66/2569 กรณีบริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด ซึ่ง DSI แจ้งข้อกล่าวหานายสุรัตน์และพวกรวมหลายข้อหา ทั้งการปลอมปนน้ำมัน การกระทำผิดเกี่ยวกับใบกำกับการขนส่งน้ำมัน การกักตุนและเก็งกำไร รวมถึงการจำหน่ายน้ำมันเกินราคาที่กฎหมายกำหนด ตลอดจนข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งนายกรัฐมนตรีตามพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2516 และความผิดตามพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2543 โดยผู้ต้องหาได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว และอยู่ระหว่างการดำเนินคดีตามกฎหมาย
คดีที่ 2 เป็นคดีพิเศษที่ 80-85/2569 เกี่ยวข้องกับโรงกลั่นน้ำมัน 6 แห่ง ซึ่งผู้ต้องหาได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาเกี่ยวกับใบกำกับการขนส่งน้ำมันครบถ้วนแล้ว หลัง DSI ขยายผลจากการตรวจสอบคลังน้ำมันในจังหวัดสุราษฎร์ธานี สงขลา และชุมพร และขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผลเพิ่มเติม
ตรวจสอบคลังน้ำมันทั่วประเทศ
น.ส.ฐิติภัสร์ กล่าวว่า “ปัจจุบันทีมเฉพาะกิจของกระทรวงพลังงานและ DSI ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบคลังน้ำมันในจังหวัดกาญจนบุรี รวมถึงคลังน้ำมันอีก 13 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการนำน้ำมันออกนอกระบบและการกักตุนน้ำมันในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่กระทำผิดอย่างเด็ดขาด”



