ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์รับคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ขอให้ยุบพรรคก้าวไกล กรณีการถือครองหุ้นบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นสื่อมวลชน โดยศาลจะดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป
รายละเอียดคำร้องและมติศาล
เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2567 ที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาคำร้องของ กกต. ที่ยื่นเมื่อวันที่ 5 กันยายน โดยมีมติรับคำร้องไว้พิจารณา โดยให้พรรคก้าวไกลยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายใน 15 วันนับจากวันที่ได้รับสำเนาคำร้อง หลังจากนั้นศาลจะพิจารณาวินิจฉัยต่อไป โดยไม่มีการขยายระยะเวลา
คำร้องดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยก่อนหน้านี้ว่าการถือหุ้น ITV ของพรรคก้าวไกลเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคหนึ่ง ซึ่งห้ามใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และมาตรา 92 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 ที่ห้ามพรรคการเมืองถือครองหุ้นในกิจการสื่อมวลชน
ผลกระทบต่อพรรคก้าวไกล
หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ยุบพรรคก้าวไกล จะส่งผลให้กรรมการบริหารพรรคถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี และสมาชิกพรรคต้องย้ายไปสังกัดพรรคอื่นภายใน 60 วัน มิฉะนั้นจะสิ้นสภาพสมาชิกภาพตามกฎหมายพรรคการเมือง
นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวว่า พรรคจะยื่นคำชี้แจงต่อศาลภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยยืนยันว่าพรรคไม่ได้มีเจตนากระทำผิด และพร้อมแสดงหลักฐานว่าการถือหุ้นดังกล่าวไม่ขัดต่อกฎหมาย
ปฏิกิริยาจากฝ่ายการเมือง
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลไม่ก้าวก่ายกระบวนการยุติธรรม และเคารพการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ ขณะที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ระบุว่าพรรคจะต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ และเชื่อว่าศาลจะพิจารณาอย่างเป็นธรรม
ด้านนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า การยุบพรรคเป็นการปิดกั้นเสียงของประชาชนที่เลือกพรรคก้าวไกล และอาจนำไปสู่ความขัดแย้งทางการเมืองเพิ่มขึ้น
ขั้นตอนต่อไปทางกฎหมาย
หลังจากพรรคก้าวไกลยื่นคำชี้แจงแล้ว ศาลรัฐธรรมนูญจะนัดฟังคำวินิจฉัยภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ซึ่งโดยปกติไม่เกิน 60 วันนับจากวันรับคำร้อง หากศาลมีคำวินิจฉัยให้ยุบพรรค จะต้องดำเนินการตามมาตรา 92 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ซึ่งรวมถึงการส่งเรื่องให้ กกต. ดำเนินการต่อไป



