ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องยุบพรรคก้าวไกลแล้ว คาดชี้ขาดก่อนตุลาคม
ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องยุบพรรคก้าวไกล คาดชี้ขาดก่อนตุลาคม (25.06.2026)

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์รับคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ขอให้ยุบพรรคก้าวไกลแล้ว เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2567 โดยตั้งประเด็นว่าการกระทำของพรรคเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือไม่ ซึ่งสืบเนื่องจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก่อนหน้านี้ที่ชี้ว่านโยบายแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ของพรรคก้าวไกลเป็นการล้มล้างการปกครอง

รายละเอียดคำร้องและกำหนดการ

นายอิสระ บุญเกิด รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง เปิดเผยว่า กกต. ได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2567 โดยมีหลักฐานจากการกระทำของพรรคก้าวไกลที่สืบเนื่องจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2567 ซึ่งชี้ว่าการเสนอแก้ไขมาตรา 112 เป็นการล้มล้างการปกครอง หลังจากนั้นพรรคก้าวไกลยังคงดำเนินกิจกรรมที่ส่อไปในทางเดียวกัน จึงเป็นเหตุให้ กกต. ต้องยื่นคำร้องยุบพรรค

ศาลรัฐธรรมนูญมีกำหนดให้พรรคก้าวไกลยื่นคำชี้แจงภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับสำเนาคำร้อง ซึ่งคาดว่าจะเป็นภายในเดือนเมษายน 2567 จากนั้นศาลจะนัดพิจารณาคดีและมีคำวินิจฉัยต่อไป คาดว่าศาลจะชี้ขาดก่อนเดือนตุลาคม 2567 เนื่องจากเป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของสาธารณชนและมีผลกระทบทางการเมืองสูง

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ปฏิกิริยาจากพรรคก้าวไกล

นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวว่า พรรคพร้อมที่จะชี้แจงต่อศาลตามข้อกล่าวหา โดยยืนยันว่าพรรคไม่ได้มีเจตนาล้มล้างการปกครอง แต่เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญในการเสนอนโยบาย นอกจากนี้ พรรคยังคงเดินหน้าทำงานทางการเมืองตามปกติ และเชื่อว่าศาลจะพิจารณาอย่างเป็นธรรม

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ด้านนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า การยื่นคำร้องยุบพรรคครั้งนี้เป็นเรื่องที่คาดการณ์ไว้ล่วงหน้า แต่พรรคจะไม่ย่อท้อและจะสู้ต่อไปตามกระบวนการยุติธรรม พร้อมทั้งเรียกร้องให้ประชาชนติดตามการพิจารณาคดีอย่างใกล้ชิด

ผลกระทบทางการเมือง

หากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ยุบพรรคก้าวไกล จะส่งผลให้กรรมการบริหารพรรคถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี และสมาชิกพรรคจะต้องย้ายไปสังกัดพรรคอื่นภายใน 60 วัน ซึ่งจะกระทบต่อเสียงในสภาผู้แทนราษฎรของพรรคที่มีอยู่ 151 เสียง และอาจส่งผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาลผสมที่นำโดยพรรคเพื่อไทย

นักวิเคราะห์ทางการเมืองมองว่าคดีนี้จะสร้างความตึงเครียดทางการเมืองอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สนับสนุนพรรคก้าวไกลที่อาจออกมาชุมนุมประท้วงหากศาลมีคำสั่งยุบพรรค อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้เตรียมมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อยไว้แล้ว

สรุป

ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องยุบพรรคก้าวไกลแล้ว โดยมีกำหนดให้พรรคชี้แจงภายใน 15 วัน คาดว่าจะมีคำวินิจฉัยก่อนเดือนตุลาคม 2567 คดีนี้ถือเป็นอีกหนึ่งความท้าทายสำคัญต่อระบบการเมืองไทย และจะถูกจับตาจากทั้งในและต่างประเทศ