ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ 8 ต่อ 1 รับคำร้องของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กรณีถือหุ้นในบริษัท บุญรอดบริวเวอรี จำกัด จำนวน 1,000 หุ้น มูลค่า 1.2 ล้านบาท ซึ่งอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 187 ที่ห้ามรัฐมนตรีถือหุ้นในบริษัทที่ประกอบกิจการผลิตหรือจำหน่ายสุรา โดยศาลได้สั่งให้นายศักดิ์สยามชี้แจงภายใน 15 วัน
รายละเอียดคำร้อง
นายศักดิ์สยามได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2568 เพื่อขอให้ศาลวินิจฉัยว่าการถือหุ้นดังกล่าวเป็นการกระทำที่ต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยนายศักดิ์สยามอ้างว่าตนได้โอนหุ้นให้บุตรสาวแล้วตั้งแต่ก่อนเข้ารับตำแหน่ง แต่ยังมีชื่อในทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัทอยู่
ข้อกล่าวหาและผลกระทบ
ผู้ร้องคือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ได้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย โดยระบุว่านายศักดิ์สยามถือหุ้นในบริษัทบุญรอดบริวเวอรี ซึ่งเป็นผู้ผลิตเบียร์สิงห์ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อื่นๆ ซึ่งขัดต่อมาตรา 187 ของรัฐธรรมนูญที่ห้ามรัฐมนตรีประกอบกิจการหรือเป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่ประกอบกิจการผลิตหรือจำหน่ายสุรา
นายศักดิ์สยามให้สัมภาษณ์ว่า “ผมยินดีที่จะชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญตามข้อเท็จจริง และเชื่อว่าศาลจะพิจารณาด้วยความยุติธรรม”
ผลกระทบต่อการเมือง
การรับคำร้องของศาลรัฐธรรมนูญครั้งนี้สร้างความกังวลในแวดวงการเมือง เนื่องจากหากศาลวินิจฉัยว่านายศักดิ์สยามกระทำผิดจริง เขาอาจต้องพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรี ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการบริหารงานของกระทรวงคมนาคม โดยเฉพาะโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่อยู่ระหว่างดำเนินการ
นอกจากนี้ ยังมีผลกระทบต่อพรรคภูมิใจไทย ซึ่งนายศักดิ์สยามเป็นแกนนำคนสำคัญ การพ้นจากตำแหน่งอาจทำให้พรรคต้องปรับเปลี่ยนตำแหน่งรัฐมนตรีและอาจส่งผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาล
ข้อเท็จจริงและตัวเลข
ตามรายงานของ ป.ป.ช. นายศักดิ์สยามถือหุ้นในบริษัทบุญรอดบริวเวอรี จำนวน 1,000 หุ้น คิดเป็นมูลค่า 1.2 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นสัดส่วนเล็กน้อยเมื่อเทียบกับทุนจดทะเบียนของบริษัท แต่การถือหุ้นในบริษัทที่ผลิตสุราเป็นสิ่งที่ต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 187 อย่างชัดเจน
นายศักดิ์สยามยืนยันว่าได้ดำเนินการโอนหุ้นให้บุตรสาวตั้งแต่ก่อนเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีเมื่อปี 2562 แต่กระบวนการทางทะเบียนยังไม่แล้วเสร็จ ทำให้ชื่อของเขายังคงปรากฏในทะเบียนผู้ถือหุ้น
แนวโน้มการวินิจฉัย
นักวิชาการด้านกฎหมายคาดการณ์ว่าศาลรัฐธรรมนูญอาจวินิจฉัยว่านายศักดิ์สยามกระทำผิด เนื่องจากรัฐธรรมนูญมาตรา 187 มีเจตนารมณ์เพื่อป้องกันการขัดกันแห่งผลประโยชน์ โดยเฉพาะในกรณีที่รัฐมนตรีมีอำนาจควบคุมนโยบายที่เกี่ยวข้องกับสุรา เช่น การออกใบอนุญาตหรือการกำหนดภาษี
อย่างไรก็ตาม ศาลอาจพิจารณาข้อต่อสู้ของนายศักดิ์สยามที่อ้างว่าได้โอนหุ้นแล้ว ซึ่งหากศาลเชื่อว่าการโอนมีผลสมบูรณ์ อาจทำให้ไม่เข้าข่ายความผิด
การพิจารณาคดีนี้จะใช้เวลาประมาณ 1-2 เดือน โดยศาลจะนัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 15 มีนาคม 2568



