ครม.ไฟเขียวร่างกฎกระทรวงคุมเข้มทิ้งงานรัฐ ขึ้นบัญชีดำ 2-10 ปี
ครม.ไฟเขียวร่างกฎกระทรวงคุมเข้มทิ้งงานรัฐ ขึ้นบัญชีดำ 2-10 ปี

คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดการกระทำอันมีลักษณะเป็นการทิ้งงาน ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เพื่อยกระดับมาตรฐานการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เพิ่มความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง และคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชน โดยนางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงหลังการประชุมครม. เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ว่า ร่างกฎกระทรวงนี้กำหนดให้ผู้ยื่นข้อเสนอหรือคู่สัญญาของหน่วยงานของรัฐที่ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่องานก่อสร้าง จนเป็นเหตุให้เกิดภยันตรายต่อชีวิตหรือทรัพย์สินของประชาชน อันเกิดจากการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติงานโดยไม่มีเหตุอันสมควรในช่วงระยะเวลาตามสัญญาจนถึงวันที่ตรวจรับงานครั้งสุดท้าย ให้ถือว่าเป็นผู้กระทำการอันมีลักษณะเป็นการทิ้งงาน

บทลงโทษและกระบวนการขึ้นบัญชีดำ

เมื่อปลัดกระทรวงการคลังมีคำสั่งขึ้นบัญชีเป็นผู้ทิ้งงาน ผู้ประกอบการจะถูกตัดสิทธิยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี แต่ไม่เกิน 10 ปี โดยจะแจ้งเวียนรายชื่อให้หน่วยงานของรัฐทุกแห่งรับทราบ เผยแพร่ผ่านระบบสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง และแจ้งผู้ประกอบการที่ถูกขึ้นบัญชีให้รับทราบ มาตรการนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่กฎกระทรวงมีผลใช้บังคับ

สาเหตุของการออกกฎกระทรวง

นางสาวรัชดากล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมาเกิดกรณีผู้รับจ้างงานก่อสร้างของรัฐก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงจนกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนหลายครั้ง แต่บางกรณีหน่วยงานของรัฐไม่ได้บอกเลิกสัญญาหรือเสนอให้ขึ้นบัญชีผู้ทิ้งงาน ทำให้ผู้ประกอบการรายเดิมยังสามารถเข้าร่วมประมูลงานของรัฐได้ อีกทั้งบทบัญญัติตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ยังไม่ครอบคลุมกรณีดังกล่าว จึงจำเป็นต้องปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์และเพิ่มประสิทธิภาพในการคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ผลกระทบต่อผู้ประกอบการและภาครัฐ

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า มาตรการดังกล่าวจะช่วยป้องกันไม่ให้ผู้ประกอบการที่เคยสร้างความเสียหายร้ายแรงกลับเข้ามารับงานภาครัฐ ลดความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาซ้ำในโครงการของรัฐ และเพิ่มประสิทธิภาพในการคัดเลือกคู่สัญญาให้มีความโปร่งใส มีคุณภาพ และคุ้มค่าต่อการใช้จ่ายงบประมาณของภาครัฐ โดยผู้ประกอบการที่ถูกขึ้นบัญชีดำจะไม่สามารถยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐได้ตามระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและระบบการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ