โสภณ ซารัมย์ ย้ำ ข้าราชการต้องยึดหลักกฎหมายหลังคดีฮั้ว สว. ถูกยกคำร้อง
นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นกรณีที่มีรายงานข่าวว่า คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติยกคำร้องคดีฮั้ว สว. ซึ่งทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมว่า เมื่อพรรคภูมิใจไทยเข้ามาเป็นรัฐบาล คดีต่าง ๆ อาจจะเงียบหายไป
ยืนยันกระบวนการต้องเป็นไปตามกฎหมาย
นายโสภณกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า "เท่าที่ติดตามจากสื่อเห็นว่าเป็นแหล่งข่าวจากคณะอนุกรรมการฯ ฉะนั้น เมื่อเป็นแหล่งข่าวจึงยังให้ความเห็นไม่ได้" สำหรับประเด็นที่พูดกันว่าเมื่อพรรคภูมิใจไทยเป็นรัฐบาลคดีที่เกี่ยวข้องจะหายไปนั้น เขาชี้ว่า "เป็นเรื่องของผู้ที่มีหน้าที่จะดำเนินการไปตามหน้าที่" พร้อมยกตัวอย่างว่า หากข้าราชการไม่มีหลังพิงหรือหลักกฎหมายรองรับ การทำอะไรก็อาจทำให้ข้าราชการเดือดร้อนเองได้
เขายังเชื่อว่า "เมื่อมีบทเรียนเหล่านี้ข้าราชการหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจะพึงระวังอยู่แล้ว เพราะเคยมีกรณีตัวอย่าง" และเน้นย้ำว่าในยุคของการตรวจสอบที่เข้มงวด ทุกอย่างต้องตอบคำถามได้ ไม่ว่าจะเป็นการตอบสังคมหรือหน่วยงานที่ตรวจสอบ
ปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทย
นายโสภณกล่าวเพิ่มเติมว่า "อย่าไปกังวลมาก เหมือนที่บอกว่าบุรีรัมย์กินรวบหรือไม่ จะไปรู้ได้อย่างไรว่าพวกตนจะได้เสียงข้างมาก" โดยอธิบายว่า ขณะที่วุฒิสภาก็ดำเนินงานไปตามวิถีของเขา และเมื่อพวกตนได้เสียงข้างมากพรรคก็เสนอตน เป็นเรื่องที่ประจวบเหมาะบังเอิญกันพอดี ไม่ใช่วางแผนมาก่อนว่าจะต้องกินรวบ ซึ่งมันไม่ใช่แบบนั้น
สำหรับกรณีที่สังคมมองว่าเมื่อเป็นรัฐบาลคดีก็เงียบไป แต่เมื่อเป็นฝ่ายค้านคดีอาจจะเดินหน้า เขาตอบว่า "มีทั้งตรวจสอบกันไปมา พอเป็นรัฐบาลก็จะถูกตรวจสอบยิ่งขึ้น" และยืนยันว่า "ประเด็นที่หน่วยงานต่าง ๆ ได้ตัดสิน ต้องเชื่อว่าเขาปฏิบัติตามกฎหมาย หากไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเขาก็ต้องรับผิดชอบในกระบวนการ"
เน้นความรักแทนความเกลียดชังในยุควิกฤต
นายโสภณกล่าวทิ้งท้ายว่า "ในสภาวะวิกฤตของโลกครั้งนี้ ประเทศต้องการความรักไม่ใช่ความเกลียดชัง" พร้อมยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทย แต่เป็นกระบวนการที่เดินหน้า ทุกอย่างชัดเจนในคำตอบของตนอยู่แล้ว ว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบจะต้องรับผิดชอบการตัดสินใจของเขา
ทั้งนี้ คดีฮั้ว สว. ยังคงเป็นประเด็นร้อนในแวดวงการเมือง โดยมีรายงานว่า คณะอนุกรรมการ กกต. มีมติ 5:2 ข้อกล่าวหาคดีฮั้ว สว. 229 คน ไม่มีมูลความผิด ขณะที่นักการเมืองบางส่วนเรียกร้องให้ กกต. เปิดเหตุผลวินิจฉัยอย่างชัดเจน



