ดร.ปริญญา เรียกร้อง กกต. เปิดผลวินิจฉัยคดีฮั้ว สว. ชี้กระทบความเชื่อมั่นอย่างรุนแรง
วันนี้ (13 มีนาคม 2569) ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำภาควิชากฎหมายมหาชน คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ออกมาแสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวในประเด็นคดีฮั้ว สว. โดยเน้นย้ำว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องเปิดเผยผลการวินิจฉัยของคณะอนุกรรมการคดีฮั้ว สว. อย่างเร่งด่วน เพื่อให้สังคมได้รับทราบเหตุผลและข้อเท็จจริงที่นำไปสู่การสรุปว่า ไม่มีมูลตามที่กล่าวหา สำหรับสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จำนวน 138 คน และบุคคลอื่นอีก 91 คน
ความไม่สอดคล้องในการดำเนินคดีสร้างคำถามต่อความเที่ยงธรรม
ดร.ปริญญาได้ยกตัวอย่างกรณีที่เขาเคยให้ความช่วยเหลือทางคดีกับผู้สมัคร สว. สอบตก 2 คน ซึ่งถูก กกต. ส่งคำร้องให้ศาลฎีกาพิจารณา เพียงเพราะมีการส่งข้อความผ่านไลน์ว่า จับคู่กันนะคะ เท่านั้น ในขณะที่คดีฮั้ว สว. ซึ่งมีหลักฐานเป็นชื่อในโพยและน่าสงสัยถึงความไม่สุจริตมากกว่า กลับไม่ถูกส่งให้ศาลฎีกาแม้แต่คนเดียว แต่ กกต. กลับตั้งคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดขึ้นมาพิจารณาใหม่ ซึ่งมีมติกลับคำวินิจฉัยว่าไม่มีมูล
เขาชี้ว่า ความไม่สอดคล้องนี้สร้างความไม่เป็นธรรมและบั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชน ต่อการทำงานของ กกต. อย่างรุนแรง แม้ว่าหลายคนจะคาดการณ์ผลลัพธ์ไว้แล้ว แต่สังคมยังคาดหวังว่าอย่างน้อยควรมีการส่งคดีไปให้ศาลฎีกาพิจารณาบ้าง เพื่อรักษาความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือ
เรียกร้องความโปร่งใสและความยุติธรรมที่มองเห็นได้
ดร.ปริญญาเรียกร้องให้ กกต. เปิดเผยผลการวินิจฉัยของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดก่อนที่ กกต. 7 คนจะลงมติชี้ขาด เพื่อให้สังคมได้ทราบเหตุผลที่ชัดเจน ซึ่งขัดแย้งกับคณะกรรมการชุดแรกโดยสิ้นเชิง เขาย้ำว่า หากคดีที่มีหลักฐานชัดเจนไม่ถูกส่งไปศาลฎีกาเลย ก็ต้องมีเหตุผลที่รับฟังได้และอธิบายต่อสังคมได้
นอกจากนี้ เขายังตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่าง กกต. และ สว. โดยชี้ว่า กรรมการ กกต. 6 ท่านจากทั้งหมด 7 ท่าน มาจากความเห็นชอบจาก สว. ชุดที่กำลังถูกกล่าวหาว่าฮั้วกัน จึงไม่ควรให้สังคมคิดไปในทางที่ว่าการพิจารณาอาจมีอคติ กกต. ต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าทำหน้าที่อย่างเที่ยงธรรม โดยไม่คำนึงถึงผู้ที่เลือกท่านเข้ามา
ดร.ปริญญาอ้างถึงหลักการทางกฎหมายที่ว่า ความยุติธรรมไม่เพียงแต่ต้องทำให้เกิดขึ้นมา แต่ต้องทำให้คนเห็นว่าด้วยว่า ที่ทำไปนั้นคือความยุติธรรม ซึ่งเป็นสิ่งที่ กกต. ควรยึดถือเพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นจากประชาชน
ผลกระทบต่อภาพรวมของการจัดการเลือกตั้ง
ในท้ายที่สุด ดร.ปริญญาเน้นว่า การวิพากษ์วิจารณ์และเรียกร้องของเขาในครั้งนี้ รวมถึงเรื่องการจัดการเลือกตั้ง สส. ด้วย มีเป้าหมายเดียวคือ การรักษาความน่าเชื่อถือและความยุติธรรมในกระบวนการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของประชาธิปไตย หาก กกต. ไม่ดำเนินการอย่างโปร่งใสและเที่ยงธรรม อาจนำไปสู่ความเสื่อมถอยของความเชื่อมั่นในระบบการเมืองไทยมากยิ่งขึ้น



