สมาคมทนายความฯ ซัด กกต. ควรสำนึกบุญคุณประชาชน แนะถอนแจ้งความ-ขอโทษ-ลาออก
สมาคมทนายความฯ ซัด กกต. ควรสำนึกบุญคุณประชาชน-ลาออก

สมาคมทนายความแห่งประเทศไทยออกแถลงการณ์ซัด กกต. ควรสำนึกบุญคุณประชาชน แนะถอนแจ้งความและขอโทษ

ในวันนี้ (28 กุมภาพันธ์ 2569) นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทยได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ กรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม เพื่อดำเนินคดีกับประชาชนจำนวน 6 คน ที่ติดตามตรวจสอบการจัดการเลือกตั้งใหม่ในเขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร โดยข้อกล่าวหารวมถึงการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการเลือกตั้งประจำหน่วย กระทำความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ เป็นอั้งยี่ เปิดเผยความลับของผู้อื่น และกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

สมาคมทนายความแห่งประเทศไทยได้พิจารณาเรื่องนี้อย่างละเอียดและมีมติเห็นว่า การกระทำของประชาชนทั้งหกคนนั้นมิได้เกิดจากแรงจูงใจทางอาญา (criminal motive) อันเป็นมูลเหตุจูงใจที่ทำให้ผู้กระทำตกลงใจกระทำความผิดที่มีโทษทางอาญา หากแต่เกิดจากแรงจูงใจทางการเมือง (political motive) เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมเท่านั้น ดังนั้น การกระทำของประชาชนจึงขาดเจตนาที่จะกระทำความผิดทางอาญาโดยสิ้นเชิง อีกทั้งการกระทำดังกล่าวยังไม่ครบองค์ประกอบของความผิดตามข้อกล่าวหาทั้งหมด ทำให้ไม่เป็นความผิดต่อกฎหมายใดๆ เลย

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ข้อวิเคราะห์ทางกฎหมายโดยสมาคมทนายความฯ

ประเด็นแรก: การติดตาม ตรวจสอบ และสังเกตการเลือกตั้ง พร้อมกับการบันทึกภาพและถ่ายภาพนั้น มิได้เป็นการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งแต่อย่างใด ไม่มีการใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย และไม่มีการกระทำเพื่อให้การเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ประกอบกับไม่มีประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้ใดร้องทุกข์กล่าวหาว่าบุคคลทั้งหกขัดขวางการเลือกตั้ง ดังนั้น การกระทำของประชาชนจึงไม่เป็นความผิดฐานขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งตามมาตรา 66 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ประเด็นที่สอง: การตรวจสอบการเลือกตั้งของประชาชนทั้งหกมีเจตนาเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ซึ่งเป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายของรัฐธรรมนูญ จึงไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ทั้งยังเป็นการกระทำที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มิได้มีความมุ่งหมายเพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมาย จึงไม่เป็นความผิดฐานเป็นอั้งยี่ตามมาตรา 209 และเป็นการกระทำเพื่อประโยชน์สาธารณะ มิได้ทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด จึงไม่เป็นความผิดฐานเปิดเผยความลับตามมาตรา 322

ประเด็นที่สาม: การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้งนั้น กระทำไปเพื่อให้เกิดการตรวจสอบโดยมีเจตนาเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ทำให้ประชาชนได้ประโยชน์ จึงไม่ใช่การนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ บิดเบือน หรือปลอมโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน หรือต่อความมั่นคงด้านต่างๆ ของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน ดังนั้น จึงไม่เป็นความผิดตามมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560

เรียกร้องให้ กกต. ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญและสำนึกบุญคุณประชาชน

สมาคมทนายความแห่งประเทศไทยเห็นว่า การกระทำของประชาชนทั้งหกมีลักษณะเป็นการตรวจสอบการจัดการการเลือกตั้งของ กกต. ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐที่ใช้อำนาจรัฐ โดยมีเจตนาเพื่อให้การเลือกตั้ง สส. เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม โดยมิได้มีการกระทำใดที่เอนเอียงหรือเข้าข้างผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด การกระทำดังกล่าวจึงเป็นไปตามความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญตามแนวนโยบายแห่งรัฐที่บัญญัติให้รัฐพึงส่งเสริมให้ประชาชนตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 78

ทั้งนี้ การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐมิได้ห้ามหรือจำกัดไว้ในรัฐธรรมนูญ หรือในกฎหมายอื่น ประชาชนจึงมีสิทธิและเสรีภาพที่จะกระทำการนั้นได้และได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 25 วรรคหนึ่ง การที่ กกต. นำเอาการกระทำที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะไปร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับประชาชน จึงเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 234 (1) และอาจเป็นความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญา โดยรู้อยู่ว่ามิได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้นตามมาตรา 172 และ 173 แห่งประมวลกฎหมายอาญา

การกระทำดังกล่าวของ กกต. จึงเป็นที่น่าละอาย และสมควรถูกถอดถอน แต่เนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้โกงอำนาจของประชาชนที่จะถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรตามรัฐธรรมนูญที่ใช้อำนาจโดยมิชอบ สมาคมทนายความแห่งประเทศไทยจึงขอท้วงติงและตำหนิการแจ้งความร้องทุกข์ของ กกต. และเรียกร้องให้ กกต. ได้ไปถอนคำร้องทุกข์ดังกล่าว พร้อมกับออกมาขอโทษประชาชนที่จัดการเลือกตั้งได้ไม่เป็นที่น่าเชื่อถือจนตกเป็นภาระแก่ประชาชนที่ต้องออกมาติดตามตรวจสอบ ทั้งที่เป็นหน้าที่และอำนาจโดยตรงของ กกต. ซึ่งทำงานโดยได้รับเงินเดือนและค่าใช้จ่ายจากภาษีอากรของประชาชน

กกต. จึงควรสำนึกในบุญคุณของประชาชน สำนึกว่าประชาชนเป็นเจ้านายและต้องปฏิบัติหน้าที่ให้คุ้มกับเงินเดือนที่ประชาชนจ่ายให้ หากเสร็จการจัดการเลือกตั้ง สส. ครั้งนี้แล้วก็ควรลาออกไปเพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่ประเทศชาติและประชาชนต่อไป

เสนอความช่วยเหลือทางกฎหมายโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

อนึ่ง สมาคมทนายความแห่งประเทศไทยยินดีให้บริการทางกฎหมายกับประชาชนที่ถูก กกต. ร้องทุกข์กล่าวโทษโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และยินดีจะเป็นทนายความเพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีกับ กกต. ในเรื่องดังกล่าว เพื่อส่งเสริมความยุติธรรมและปกป้องสิทธิของประชาชนตามหลักนิติธรรม