วิษณุ ชี้บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้งอาจขัดรัฐธรรมนูญ ส่งผลให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ
วิษณุ ชี้บาร์โค้ดเลือกตั้งขัดรัฐธรรมนูญ อาจเป็นโมฆะ

วิษณุ ชี้บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้งอาจขัดรัฐธรรมนูญ ส่งผลให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ

นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมาย ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับประเด็นการพิมพ์บาร์โค้ดลงบนบัตรเลือกตั้งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า อาจขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 85 ซึ่งกำหนดให้การเลือกตั้งต้องใช้วิธีการออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ โดยนายวิษณุ กล่าวในระหว่างการบรรยายหัวข้อ ถอดรหัสภาวะผู้นำ-กรณีศึกษาอดีตนายกรัฐมนตรีไทย ในหลักสูตรวิทยาการจัดการสำหรับนักบริหารระดับสูง (วบส.) รุ่นที่ 14 ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569

แนวทางวิเคราะห์ความลับของการลงคะแนน

นายวิษณุ ระบุว่า มีสองแนวทางในการพิจารณาความลับของการลงคะแนนเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ด

  • แนวทางที่ 1: ผลการลงคะแนน ไม่ลับ เนื่องจากบาร์โค้ดทำให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงอย่างไร ซึ่งถือว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 85 ที่กำหนดให้การเลือกตั้งต้องเป็นความลับตลอดเวลา ไม่ใช่เพียงช่วงกากบาทในคูหาเลือกตั้งเท่านั้น
  • แนวทางที่ 2: ผลการลงคะแนน ยังเป็นความลับ หากพิจารณาว่าความลับหมายถึงเฉพาะตอนกากบาทในคูหาเลือกตั้ง ซึ่งแตกต่างจากกรณีปี 2549 ที่การจัดคูหาทำให้บุคคลภายนอกมองเห็นผู้มีสิทธิออกเสียง

นายวิษณุ กล่าวเสริมว่า "หากถามความเห็นส่วนตัว ซึ่งผมอาจจะผิด ผมเห็นด้วยกับแนวทางที่ 1 ว่า ไม่ได้ลับ เพราะมันสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ถ้าจะทำ ประเด็นสำคัญคือ มันมีโอกาสรู้ใช่หรือไม่ ถ้าใช่ก็ไม่ใช่ความลับ" พร้อมอธิบายว่า รัฐธรรมนูญมาตรา 85 หมายถึงความลับที่ต้องคงอยู่ตลอดไป ไม่ใช่เพียงชั่วคราว

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ผลกระทบรุนแรงอาจนำสู่การเลือกตั้งใหม่

หากพิสูจน์ได้ว่าการลงคะแนนไม่เป็นความลับ นายวิษณุ ชี้ว่า กกต. อาจต้องสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ เนื่องจากบัตรเลือกตั้งมีรูปแบบเดียวกันทั่วประเทศ โดยเขายกตัวอย่างกรณีปี 2549 ที่ กกต. สั่งให้เลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ แม้การจัดคูหาที่ไม่เป็นความลับจะเกิดขึ้นเพียงบางแห่ง ซึ่งส่งผลให้ กกต. ในขณะนั้นต้องรับผิดชอบและติดคุก

นายวิษณุ กล่าวว่า "ถ้าคดีนี้ไปขึ้นศาลรัฐธรรมนูญ เขาจะพิสูจน์ด้วยการหยิบบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดมาเทียบกับต้นขั้วและบัญชีรายชื่อ หากพบว่าเชื่อมโยงกับผู้มีสิทธิได้ ก็แสดงว่าไม่ลับ" แต่เขาย้ำว่านี่เป็นความเห็นส่วนตัวที่อาจผิดพลาดได้

ความไม่แน่นอนและความรับผิดชอบของ กกต.

เมื่อถูกถามว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีโอกาสเป็นโมฆะหรือไม่ นายวิษณุ ตอบว่าไม่กล้าคาดเดา แต่หาก กกต. ตัดสินใจว่าการลงคะแนนไม่ลับ ก็มีทางเลือกเดียวคือสั่งเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ เขายังแสดงความกังวลว่า กกต. อาจต้องรับผิดชอบร่วมกัน หากบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการแล้ว

"ครั้งนี้จึงไม่แน่ใจว่าจะให้ กกต. ติดคุกหรือไม่ แต่ก็มีส่วนรับผิดชอบ เพราะบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดผ่านความเห็นชอบจาก กกต. แล้ว เพราะฉะนั้นจะเอาคุณแสวง ไปติดคุกคนเดียวไม่ได้ ก็คงต้องหาเพื่อนให้แกด้วยอยู่ดี" นายวิษณุ กล่าว

ความขัดแย้งในระยะยาวที่รัฐบาลชุดหน้าต้องเผชิญ

นอกจากประเด็นบาร์โค้ด นายวิษณุ ยังคาดการณ์ว่า รัฐบาลชุดต่อไปจะต้องเผชิญกับความวุ่นวายและความขัดแย้งในระยะยาว ทั้งจากปัญหาภายใน เช่น การแย่งชิงตำแหน่ง และจากภายนอก เช่น การแก้ไขรัฐธรรมนูญตามผลประชามติ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับผู้คนจากหลายขั้วความคิดในสังคม

ประเด็นนี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนและความท้าทายในการจัดการเลือกตั้งที่ต้องคำนึงถึงหลักกฎหมายและความโปร่งใส โดยเฉพาะในบริบทที่เทคโนโลยีอาจส่งผลต่อหลักการพื้นฐานของประชาธิปไตย