รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงปมเลิกสมาคมฌาปนกิจ ยันไม่กระทบสมาคมอื่น
วันนี้ (19 กุมภาพันธ์ 2569) นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับกรณีการแชร์ข่าวในสื่อออนไลน์ที่สร้างความกังวลให้กับประชาชนหลายคน เกี่ยวกับการเลิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ โดยเน้นย้ำว่า กระบวนการดังกล่าวต้องผ่านการพิจารณาและการสั่งเลิกจากนายทะเบียนท้องที่เท่านั้น และไม่ส่งผลกระทบต่อสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์อื่นๆ ที่ยังคงดำเนินการอยู่ทั่วประเทศ
สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์คืออะไร?
สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์เป็นการรวมกลุ่มกันของบุคคลหลายคน เพื่อวัตถุประสงค์ในการสงเคราะห์ซึ่งกันและกันในการจัดการศพ หรือจัดการศพและสงเคราะห์ครอบครัวของสมาชิกที่ถึงแก่ความตาย โดยไม่ได้มีจุดมุ่งหมายในการหากำไรหรือแบ่งปันรายได้ใดๆ การดำเนินงานของสมาคมประเภทนี้อยู่ภายใต้กรอบกฎหมายที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน
กระบวนการเลิกสมาคมต้องทำอย่างไร?
การพิจารณารับจดทะเบียนจัดตั้งสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ รวมถึงการเลิกสมาคมนั้น เป็นอำนาจของนายทะเบียนท้องที่ในพื้นที่นั้นๆ โดยมีขั้นตอนที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ดังนี้:
- นายทะเบียนท้องที่ต้องทำคำสั่งเลิกและปิดประกาศไว้ที่สมาคมฯ
- ส่งคำสั่งเลิกดังกล่าวให้นายทะเบียนกลาง ซึ่งคืออธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)
- นายทะเบียนกลางจะออกประกาศการเลิกสมาคมตามคำสั่งของนายทะเบียนท้องที่ ก่อนส่งเรื่องไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเพื่อลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา
- หลังประกาศแล้ว จะมีการส่งประกาศราชกิจจานุเบกษากลับคืนไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อแจ้งให้ประชาชนทราบว่าสมาคมฯ ได้ถูกยกเลิกแล้ว และดำเนินการชำระบัญชีตามที่กฎหมายกำหนดต่อไป
ทั้งนี้ นายทะเบียนกลางไม่มีอำนาจในการเลิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์โดยตรง แต่ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานตามกระบวนการทางกฎหมายเท่านั้น
เหตุผลในการเลิกสมาคมตามกฎหมาย
พระราชบัญญัติการฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ.2545 ได้กำหนดเหตุผลในการเลิกสมาคมไว้ 3 กรณีหลัก ดังนี้:
- ที่ประชุมใหญ่ลงมติให้เลิก: สมาชิกของสมาคมมีสิทธิ์ตัดสินใจร่วมกันผ่านการลงมติ
- นายทะเบียนท้องที่สั่งให้เลิกตามมาตรา 52: เช่น ในกรณีที่มีพฤติการณ์ที่ทำให้เห็นว่าการดำเนินกิจการของสมาคมเป็นไปโดยทุจริต หรือไม่อาจดำเนินต่อไปได้ไม่ว่าเพราะเหตุใดๆ หลังจากที่นายทะเบียนท้องที่ได้สอบสวนและมีเหตุผลเป็นที่เชื่อถือได้
- ศาลสั่งให้เลิกตามมาตรา 54: หากนายทะเบียนท้องที่เพิกเฉยหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 52 เมื่อผู้มีส่วนได้เสียร้องขอ ศาลอาจสั่งให้เลิกสมาคมได้
สถานการณ์ปัจจุบันและข้อความถึงประชาชน
จากข้อมูลล่าสุดพบว่า สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ทั่วประเทศมีจำนวนกว่า 4,874 แห่ง โดยปัจจุบันยังคงดำเนินการอยู่ 3,839 แห่ง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้ย้ำเตือนว่า การยกเลิกสมาคมฌาปนกิจมีเหตุผลที่แตกต่างกันไปในแต่ละกรณี และไม่ส่งผลกระทบกับสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์อื่นๆ ดังนั้น ขอให้ประชาชนอย่าได้กังวลใจเกินเหตุ
นางสาวอัยรินทร์ยังเน้นย้ำอีกครั้งว่า การยกเลิกสมาคมฌาปนกิจจะต้องผ่านการพิจารณาและสั่งเลิกจากนายทะเบียนท้องที่เท่านั้น ซึ่งเป็นกระบวนการที่โปร่งใสและเป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับสมาชิกและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย



