สิริพงศ์รับรถไฟชนรถเมล์คนขับประมาท สั่งตรวจสารเสพติดพนักงานขนส่งทั่วประเทศ
สิริพงศ์รับรถไฟชนรถเมล์คนขับประมาท สั่งตรวจสารเสพติด

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 21 พ.ค. 2569 ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณากระทู้ถามสดของนายสังคม แดงโชติ สส.ประจวบคีรีขันธ์ พรรคภูมิใจไทย สอบถามนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.คมนาคม เกี่ยวกับเหตุการณ์รถไฟขบวนสินค้าชนรถเมล์ที่แยกอโศก-ดินแดง มีผู้เสียชีวิต 8 ราย สะท้อนความบกพร่องของระบบบริหารจัดการความปลอดภัยในระบบขนส่งสาธารณะ

ข้อสงสัยเกี่ยวกับระบบอาณัติสัญญาณและการบังคับใช้มาตรการ

นายสังคมขอให้ระบุชัดเจนว่าระบบไม้กั้นและอาณัติสัญญาณอยู่ในสภาพใด เหตุใดรถไฟจึงไม่สามารถหยุดรถได้ทัน พร้อมย้ำว่าไม่ควรอ้างเพียงรถเมล์ที่คร่อมรางรถไฟเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ยังสอบถามถึงมาตรการตรวจสารเสพติด การห้ามเดินรถไฟหากไม้กั้นไม่ลงว่าจะมีกลไกบังคับใช้และติดตามผลอย่างไร รวมถึงการห้ามรถไฟเข้ากทม.ชั้นในว่าจะเป็นไปในทิศทางใด และมาตรการเยียวยาผู้เสียชีวิต

รมช.คมนาคมชี้แจงเหตุการณ์และยอมรับความผิดพลาด

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม ชี้แจงแทนรมว.คมนาคมว่า ขบวนรถไฟคันเกิดเหตุใช้ความเร็ว 34 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ไม่เกินความเร็วปกติที่ 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก่อนเกิดเหตุมีไฟเหลืองแจ้งเตือนให้ชะลอที่สถานีมักกะสันแล้ว ขณะเกิดเหตุปะทะมีความเร็ว 18 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ผลการสอบสวนพบว่าพนักงานขับรถไฟประมาทและตรวจพบสารเสพติดหลายตัว ปัจจุบันการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ให้ออกจากราชการและตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

นายสิริพงศ์กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม ได้กำชับให้เข้มงวดเรื่องการตรวจสารเสพติด โดยให้ตรวจสอบพนักงานทุกคนในระบบขนส่งสาธารณะ ไม่ใช่วัวหายล้อมคอก แต่เป็นสิ่งที่ปฏิบัติมาตลอด แต่ที่ผ่านมาใช้วิธีสุ่มตรวจ หลังจากนี้นายพิพัฒน์จึงให้ตรวจปูพรมทุกสังกัด พบพนักงานขับรถใช้สารเสพติดเพิ่มขึ้น แต่เป็นเพียงเบื้องต้น ต้องนำผลไปตรวจอย่างเป็นทางการที่โรงพยาบาลต่อไป ยืนยันไม่ปล่อยปะละเลยเรื่องนี้

สาเหตุที่รถไฟวิ่งตอนกลางวันและแนวทางแก้ไข

นายสิริพงศ์กล่าวถึงข้อสังเกตที่ว่ารถไฟขนส่งสินค้าควรวิ่งตอนกลางคืนเวลา 21.00-05.00 น. แต่เหตุใดมาวิ่งตอนกลางวัน เนื่องจากรถไฟดังกล่าวเป็นขบวนรถวิ่งเที่ยว 5 ทุ่ม วันที่ 15 พ.ค. แต่เกิดการดีเลย์ 900 นาที จึงมาออกรถตอนกลางวันจนกระทั่งเกิดเหตุ ส่วนการให้ไปศึกษาไม่ให้รถไฟวิ่งเข้ามาในกทม.ชั้นในนั้น พร้อมรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนเรื่องการสร้างภาระ ทำให้เสียเวลา ต้องเปลี่ยนขบวนรถ จะนำมาหาทางออก ลดปัจจัยเสี่ยงให้มากสุด

เรื่องนี้เป็นมาตรการระยะสั้นที่จะนำมาแก้ปัญหา ส่วนมาตรการระยะกลางจะมีการเชื่อมต่ออาณัติสัญญาณกับรฟท. กทม. และตำรวจจราจร นำระบบเทคโนโลยีมาใช้ ส่วนมาตรการระยะยาวจะทำเป็นการขนส่งระบบรางเป็นระบบลอยฟ้าทั้งหมด ถนนด้านล่างให้เฉพาะรถยนต์วิ่งเท่านั้น

มาตรการเยียวยาผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ

เรื่องมาตรการเยียวยา ทั้งขสมก. และ รฟท. เร่งรัดการเยียวยา ไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บ ขอโทษและดูแลทุกคน มีเงินชดเชยให้คนบาดเจ็บตามอาการ เริ่มตั้งแต่ 130,000-1 ล้านบาท และกรณีผู้เสียชีวิตได้เงินชดเชย 2.39 ล้านบาทต่อราย