สหภาพรถไฟโต้กรมราง ยันพนักงานขับรถมีใบอนุญาต ชี้ขาดแคลนกำลังคน
สหภาพรถไฟโต้กรมราง ยันพนักงานขับรถมีใบอนุญาต

สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.รฟท.) ออกแถลงการณ์ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ของพนักงานขับรถไฟ หลังเกิดอุบัติเหตุรถไฟชนรถโดยสารที่จุดตัดทางรถไฟถนนอโศก-ดินแดง เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2569 โดยยืนยันว่าพนักงานขับรถไฟทุกคนมีใบอนุญาตและปฏิบัติหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมาย พร้อมชี้ให้เห็นถึงปัญหาขาดแคลนกำลังคนที่ส่งผลให้พนักงานต้องทำงานหนักและไม่ได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ

สหภาพแรงงานฯ ชี้แจงประเด็นใบอนุญาต

ตามที่อธิบดีกรมการขนส่งทางรางได้ให้ข่าวเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2569 ว่าพนักงานขับรถไฟขบวนที่เกิดเหตุยังไม่ได้รับใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่จากกรมการขนส่งทางราง และได้สั่งระงับการปฏิบัติหน้าที่นั้น สร.รฟท. ชี้แจงว่าการให้ข้อมูลดังกล่าวขาดบริบทและข้อเท็จจริงที่ครบถ้วน ทำให้สังคมเข้าใจผิดว่าพนักงานขับรถไฟปฏิบัติหน้าที่โดยไม่มีใบอนุญาตหรือขาดคุณสมบัติอย่างผิดกฎหมาย

สหภาพแรงงานฯ ยืนยันว่า ก่อนที่พระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 จะมีผลบังคับใช้ พนักงานขับรถของการรถไฟแห่งประเทศไทยทุกคนผ่านการกลั่นกรอง ฝึกอบรม ทดสอบ และแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยเป็นไปตามข้อบังคับของการรถไฟแห่งประเทศไทยที่ออกตามพระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2494

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

บทเฉพาะกาลรองรับสิทธิพนักงานเดิม

แม้ พ.ร.บ.การขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 จะประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 และมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 แต่ในบทเฉพาะกาล มาตรา 156 ได้บัญญัติรองรับและคุ้มครองสิทธิของพนักงานขับรถไฟเดิมไว้อย่างชัดเจน เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ในช่วงเปลี่ยนผ่าน เพื่อไม่ให้เกิดภาวะสุญญากาศและกระทบต่อการบริการเดินรถสาธารณะ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ปัจจุบัน การรถไฟแห่งประเทศไทยได้ดำเนินการตามขั้นตอนของมาตรา 156 อย่างต่อเนื่อง โดยยื่นคำขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ประจำหน้าที่ต่ออธิบดีกรมการขนส่งทางรางแล้วจำนวน 951 ราย ในจำนวนนี้ได้รับใบอนุญาตแล้วเพียง 208 ราย หากเป็นไปตามความเห็นของอธิบดีการขนส่งทางราง พนักงานขับรถอีก 743 คนจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส่งผลให้ต้องหยุดขบวนรถถึง 743 ขบวน

ปัญหาขาดแคลนกำลังคนและความปลอดภัย

พนักงานขับรถไฟที่เหลือรวมถึงพนักงานในขบวนรถที่เกิดเหตุได้ทำหน้าที่ขับรถไฟมานานก่อนมีการจัดตั้งกรมการขนส่งทางรางหลายปี และอยู่ระหว่างกระบวนการเปลี่ยนผ่านตามกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด จึงถือเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมายทุกประการ ไม่ใช่ผู้ขับรถไฟที่ไม่มีใบอนุญาตตามที่กรมการขนส่งทางรางสื่อให้สังคมรับรู้

ข้อเท็จจริงคือ พนักงานขับรถไฟต้องมีอัตรากำลังทั้งสิ้น 1,258 คน แต่ปัจจุบันมีพนักงานขับรถเพียง 951 คน ที่ต้องทำงานตลอดเวลาแทบจะไม่ได้หยุดพักผ่อนประจำสัปดาห์ สร.รฟท. และการรถไฟฯ ได้เรียกร้องต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมตลอดมาให้เพิ่มอัตรากำลังให้เพียงพอ เพื่อป้องกันความเหนื่อยล้าของพนักงานที่ต้องใช้ความสามารถพิเศษในการขับเคลื่อนรถจักรที่ใช้งานมานาน และเพื่อความปลอดภัยของประชาชน

นักวิชาการชี้ต้องแก้ทั้งระบบ

ดร.สุเมธ องกิตติกุล ผู้อำนวยการวิจัยด้านนโยบายการขนส่งและโลจิสติกส์ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) วิเคราะห์ว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเป็นข้อบกพร่องเชิงระบบที่มีหลายส่วนประกอบ ทั้งเชิงกายภาพของบริเวณพื้นที่ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงใกล้แยก การจราจรติดขัดทำให้หางแถวพัวพันมาถึงรางรถไฟ การจัดการกับรถบนถนนที่ไม่ดีพอ และพฤติกรรมของบุคคลที่ไม่ปรับเปลี่ยน

ดร.สุเมธเสนอว่าควรมีคณะกรรมการพิเศษที่มีความเป็นอิสระมาสืบสวนอุบัติเหตุ เพื่อดูปัญหาและหาแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำอีก โดยไม่ใช่การชี้ผิดถูก แต่เพื่อออกแบบมาตรการป้องกันในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวอย่างครบถ้วน