นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์การถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าว หรือนอมินี ที่กำลังสร้างความกังวลให้ประชาชนในหลายพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อราคาที่ดินและการเข้าถึงทรัพยากรของคนไทย จึงได้สั่งการให้กรมที่ดินยกระดับมาตรการตรวจสอบและกำกับดูแลการทำธุรกรรมเกี่ยวกับที่ดินทั่วประเทศอย่างเข้มข้น เพื่อป้องกันการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพรางถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าว รวมถึงการใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ
มาตรการเข้มงวดทุกขั้นตอน
จากข้อสั่งการดังกล่าว กรมที่ดินได้มีหนังสือด่วนที่สุดถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ขอให้จังหวัดแจ้งพนักงานเจ้าหน้าที่และบูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการตามคู่มือแนวทางปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าวอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งส่งเสริมความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชนให้ตระหนักรู้ ไม่ให้ความร่วมมือเป็นผู้ถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าว หากพบเห็นการกระทำผิดให้แจ้งเบาะแสต่อหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังกำชับให้สำนักงานที่ดินทั่วประเทศเร่งดำเนินมาตรการเฝ้าระวัง ตรวจสอบ และติดตามธุรกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการกระทำผิดกฎหมายอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ แหล่งท่องเที่ยว และพื้นที่ที่มีการซื้อขายที่ดินของกลุ่มทุนต่างชาติจำนวนมาก
การตรวจสอบเชิงลึก
กรมที่ดินยืนยันว่าได้มีมาตรการรองรับและดำเนินการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการตรวจสอบเชิงลึกเกี่ยวกับแหล่งที่มาของเงินทุน ความเชื่อมโยงของผู้ถือครองที่ดิน โครงสร้างผู้ถือหุ้นของนิติบุคคล ตลอดจนพฤติกรรมที่อาจเข้าข่ายอำพรางการถือครองแทนคนต่างด้าว หากพบข้อพิรุธจะต้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมายทันที
- กรณีบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล: เมื่อมีการชำระด้วยเงินสดตั้งแต่สองล้านบาทขึ้นไป หรือเมื่ออสังหาริมทรัพย์มีมูลค่าตามราคาประเมินตั้งแต่ห้าล้านบาทขึ้นไป เว้นแต่เป็นการโอนมรดกให้ทายาทโดยธรรม หรือมีเหตุอันควรสงสัย ให้พนักงานเจ้าหน้าที่สอบสวนเพิ่มเติม เช่น แหล่งที่มาของเงิน รายได้ ฐานะทางการเงิน อาชีพ ฯลฯ
- กรณีนิติบุคคลที่มีความเสี่ยง: ทั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น เพิ่มทุน หรือสลับสัดส่วนการถือหุ้นผิดปกติ เพื่อหลีกเลี่ยงข้อกฎหมาย เจ้าหน้าที่จะต้องตรวจสอบข้อมูลผู้ถือหุ้นอย่างละเอียด เช่น แหล่งที่มาของเงิน รายได้ ฐานะทางการเงิน อาชีพ ฯลฯ
- การตรวจสอบประจำ: ให้สำนักงานที่ดินทุกแห่งตรวจสอบนิติบุคคลซึ่งคนต่างด้าวถือหุ้นอยู่ หรือเป็นกรรมการ หรือสงสัยว่ามีการถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าวเป็นประจำทุกเดือน และรายงานผลให้กรมที่ดินทราบทุกสามเดือน
ดำเนินคดีเด็ดขาด
หากพบหลักฐานชัดเจนว่ามีการกระทำผิด กรมที่ดินได้สั่งการให้ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดทั้งกับบริษัท บุคคลต่างด้าว และผู้ถือหุ้นที่เกี่ยวข้อง พร้อมใช้มาตรการทางกฎหมายบังคับจำหน่ายที่ดินที่ถือครองโดยมิชอบ และเร่งดำเนินการเพื่อไม่ให้ที่ดินดังกล่าวตกอยู่ในการครอบครองของกลุ่มทุนต่างชาติผ่านขบวนการอำพรางต่อไป
ประสานงานกับหน่วยงานอื่น
ขณะเดียวกัน กรมที่ดินยังได้ประสานกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ขอความร่วมมือตรวจสอบนิติบุคคลที่มีหุ้นส่วนเป็นคนต่างด้าวและมีความเสี่ยงเข้าข่ายเป็นบริษัทอำพราง โดยเฉพาะบริษัทที่มีโครงสร้างผู้ถือหุ้น มีการเพิ่มทุนหรือเปลี่ยนแปลงสัดส่วนผู้ถือหุ้นสับเปลี่ยนไปมา ซึ่งอาจมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดทางให้คนต่างด้าวเข้ามาถือครองที่ดินทางอ้อม โดยขอให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าแจ้งข้อมูลมายังกรมที่ดินทันทีหากพบพฤติการณ์เข้าข่ายหรือมีข้อสงสัย เพื่อให้กรมที่ดินเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไปอย่างรวดเร็วและเข้มงวด
กรมที่ดินย้ำว่า การแก้ไขปัญหานอมินีจะต้องดำเนินการอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพราะไม่ใช่เพียงเรื่องของการหลีกเลี่ยงกฎหมายเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับการรักษาผลประโยชน์ของประเทศ ความมั่นคงด้านทรัพยากรที่ดิน และสิทธิของประชาชนคนไทยในระยะยาว พร้อมยืนยันว่าจะไม่มีการปล่อยปละละเลยหรือเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนที่พยายามอาศัยช่องว่างทางกฎหมายเข้ามาถือครองที่ดินโดยมิชอบอย่างเด็ดขาด
ทั้งนี้ กรมที่ดินขอความร่วมมือประชาชน หากพบพฤติกรรมต้องสงสัยเกี่ยวกับการถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าว หรือการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง สามารถแจ้งข้อมูลต่อสำนักงานที่ดินในพื้นที่ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันปกป้องทรัพยากรที่ดินของประเทศและรักษาผลประโยชน์ของคนไทยอย่างยั่งยืน



