ศาลฎีกาฟัน 44 สส.ก้าวไกล ป.ป.ช.ชี้บ่อนทำลายสถาบัน หนังสือพิมพ์ดัดหลังการเมือง
ศาลฎีกาฟัน 44 สส.ก้าวไกล ป.ป.ช.ชี้บ่อนทำลายสถาบัน

ศาลฎีกาได้มีคำวินิจฉัยสำคัญในการฟัน 44 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคก้าวไกล ตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติหรือ ป.ป.ช. ได้มีมติเอกฉันท์ก่อนหน้านี้ โดยชี้ว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการบ่อนทำลายสถาบันหลักของประเทศ

การตัดสินของศาลฎีกาและบทบาทของ ป.ป.ช.

การตัดสินของศาลฎีกานี้เกิดขึ้นหลังจาก ป.ป.ช. ได้ดำเนินการตรวจสอบและมีมติเอกฉันท์ ซึ่งสะท้อนถึงความรุนแรงของข้อกล่าวหา โดยศาลได้ยืนยันการฟัน 44 สส. จากพรรคก้าวไกล ซึ่งรวมถึงบุคคลสำคัญอย่าง พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และ รังสิมันต์ โรม หรือ เท้ง อันเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการยุติธรรมที่เข้มงวด

ปฏิกิริยาจากแวดวงการเมืองและสื่อ

ในขณะเดียวกัน หนังสือพิมพ์ภูมิใจไทยได้รายงานข่าวการดัดหลังทางการเมือง โดยมีการดึงพรรคเพื่อไทยและพรรคเล็กอื่นๆ เพื่อร่วมกันตั้งรัฐบาลใหม่ ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่อาจส่งผลต่อเสถียรภาพทางการเมืองในอนาคต

นอกจากนี้ ยังมีข่าวอาชญากรรมในพื้นที่สุพรรณบุรี ที่มีโจรสองคนตามรถจากธนาคาร ทุบกระจกรถและฉกเงินก้อนใหญ่ พร้อมขนยาสิ้นฤทธิ์ ก่อนจะหนีและเกิดอุบัติเหตุชนกำแพงและตกถนน เจ้าหน้าที่ได้ยกระดับการรับมือกับเหตุการณ์ปล้นร้านทองด้วยการอบรมพนักงานและใช้เทคโนโลยีช่วยเหลือ

ประเด็นอื่นๆ ที่น่าสนใจ

คอลัมน์วิเคราะห์การเมืองยังได้กล่าวถึงประเด็นหลากหลาย เช่น วิเคราะห์การเมือง : หล่อไม่ต้อง "ประแป้ง" ซึ่งเป็นการวิจารณ์การเมืองในแง่มุมที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาภาพลักษณ์ภายนอก

นอกจากนี้ ยังมีรายงานเกี่ยวกับปัญหาขยะพิษที่ยังคงไหลเข้าประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากช่องโหว่ทางกฎหมายที่ขาดความเข้มงวด รวมถึงการเรียกร้องให้ปฏิรูประบบประกันสังคมเพื่อหาสูตรลงตัวที่เหมาะสม

สำนักข่าวหัวเขียวได้นำเสนอการวิเคราะห์เกี่ยวกับทิศทางของประเทศไทยในอนาคต พร้อมกับกระจก 8 หน้าที่สะท้อนมุมมองต่างๆ ของสังคม