ศาลฎีกาขยับคดีสินบนทองคำ 246 บาท ตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระ 9 คน หลัง ป.ป.ช.ถูกกล่าวหา
แม้ราคาทองคำในตลาดจะยังคงชะลอตัว แต่คดีสินบนทองคำที่สั่นสะเทือนวงการกฎหมายและการเมืองกลับเริ่มขยับเขยื้อนอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว เมื่อ นายอติศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา ได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้ง คณะผู้ไต่สวนอิสระ เพื่อสืบสวนข้อกล่าวหา นายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในกรณีรับสินบนทองคำน้ำหนักรวม 246 บาท
ที่มาของคดีและการตั้งคณะผู้ไต่สวน
คดีนี้มีจุดเริ่มต้นจาก พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิสมัย อดีตลูกน้องคนสนิทของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือบิ๊กโจ๊ก อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ยื่นหนังสือต่อประธานรัฐสภา ขอให้ดำเนินการเอาผิดนายเอกวิทย์ จากการรับสินบนทองคำดังกล่าว ซึ่งเชื่อมโยงกับการช่วยเหลือพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ในคดีเว็บพนันออนไลน์ ต่อมา ประธานวุฒิสภาซึ่งทำหน้าที่ประธานรัฐสภา ได้มีหนังสือแจ้งมายังประธานศาลฎีกาว่ามีเหตุอันควรสงสัยว่านายเอกวิทย์มีพฤติกรรมตามที่ถูกกล่าวหา
การแต่งตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระครั้งนี้จึงเกิดขึ้นโดยอาศัยอำนาจตาม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 82 ประกอบกับพระราชบัญญัติรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2560 โดยคณะประกอบด้วยบุคคลสำคัญ 9 คน ได้แก่
- นายชวลิต อิศรเดช รองประธานศาลฎีกา
- นายเผดิม เพ็ชรกูล อธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง
- นายอธิคม อินทุภูติ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
- นายสาคร ตั้งวรรณวิบูลย์ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
- นายอดิศร ไชยคุปต์ รองอัยการสูงสุด
- นายสัญจัย จันทร์ผ่อง อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญา
- ศาสตราจารย์ไผทชิต เอกจริยกร อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- ศาสตราจารย์ศักดา ธนิตกุล อดีตคณบดีนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- ศาสตราจารย์พิเศษวิชา มหาคุณ อดีตกรรมการ ป.ป.ช.
บรรยากาศการเมืองร้อนระอุ พร้อมการรายงานตัว สส.ใหม่
ในวันเดียวกัน (27 กุมภาพันธ์ 2569) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้สร้างความสนใจเมื่อหยุดฟังคำถามจากนักข่าวเกี่ยวกับพรรคกล้าธรรม ก่อนจะชี้ไปที่นาฬิกาที่ข้อมือและเดินออกจากวงสัมภาษณ์ทันทีเพื่อขึ้นเครื่องบินที่ท่าอากาศยาน 2 กองบิน 6
ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ได้ให้สัมภาษณ์เป็นครั้งแรกหลังเดินทางกลับจากประเทศฟินแลนด์ โดยกล่าวถึงประเด็นการร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยว่า "ยังไม่มี ยังไม่ได้คุยกับใคร ไม่มีใครติดต่อมา...ยังไม่ทราบ รอให้รายงานตัว สส.เรียบร้อยก่อน"
ท่ามกลางข่าวลือเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกลุ่มต่าง ๆ ร.อ.ธรรมนัสเปิดเผยว่ามี สส.โทรมาบอกว่ามีการติดต่อมาจริง และส่วนใหญ่เป็นไปตามบางบุคคลที่เป็นข่าว พร้อมยืนยันว่า สส.ของพรรคกล้าธรรมทั้งหมด 18 คนยังอยู่ด้วยกันอย่างมั่นคง
การร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดินและสถานการณ์ สส.ใหม่
ด้าน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ได้เข้ายื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะรักษาการนายกรัฐมนตรี กรณีแต่งตั้งร.อ.ธรรมนัสเป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยขอให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายขาดความซื่อสัตย์สุจริต
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์อธิบายว่าเหตุที่เพิ่งมายื่นร้องเรียนในช่วงจัดตั้งรัฐบาลใหม่ เนื่องจากเห็นสถานการณ์ทางการเมืองมีแนวโน้มขยายอำนาจมากขึ้น โดยเน้นย้ำว่า "การมาร้องคราวนี้จะกระทบกับร.อ.ธรรมนัส ก็กระทบไป ไม่เกี่ยว เพราะตนช่วยชาติบ้านเมือง ต้องการรัฐบาลที่ดีมาปกครอง"
สำหรับการรายงานตัวของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ มีผู้มาแสดงตัวทั้งหมด 46 คน แบ่งเป็นพรรคเพื่อไทย 28 คน พรรคภูมิใจไทย 11 คน พรรคประชาชาติ 4 คน พรรคกล้าธรรม 2 คน และพรรคโอกาสใหม่ 1 คน ส่งผลให้ยอดรวมตลอด 2 วันของการรับรายงานตัวอยู่ที่ 93 คน โดยยังคงเหลือ สส.เขตที่รอการรายงานตัวอีก 303 คน



