ศาลฮอดนัดอ่านคำพิพากษาฎีกา 10 มี.ค. คดีอดีต สส.เชียงใหม่ฟ้อง กกต.ปมแจกใบส้มเรียกค่าเสียหาย 70 ล้าน
ศาลฮอดนัดอ่านคำพิพากษาฎีกา 10 มี.ค. คดีอดีต สส.เชียงใหม่ฟ้อง กกต. (09.03.2026)

ศาลจังหวัดฮอดนัดอ่านคำพิพากษาชั้นฎีกา คดีอดีต สส.เชียงใหม่ฟ้อง กกต.ปมแจกใบส้มเรียกค่าเสียหาย 70 ล้านบาท

ศาลจังหวัดฮอด จังหวัดเชียงใหม่ ได้กำหนดนัดฟังคำพิพากษาชั้นฎีกาในวันที่ 10 มีนาคม 2569 สำหรับคดีสำคัญที่ นายสุรพล เกียรติไชยากร อดีตผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคเพื่อไทย เขต 8 เชียงใหม่ ได้ยื่นฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เรียกค่าเสียหายทางแพ่งจำนวน 70 ล้านบาท เนื่องจากกรณีการแจกใบส้มในการเลือกตั้งเมื่อปี 2562

รายละเอียดคดีและข้อกล่าวหาที่ซับซ้อน

คดีนี้มีที่มาจากการที่นายสุรพล ถูก กกต.ฟ้องเอาผิดฐานทุจริตการเลือกตั้งและเรียกค่าเสียหายในการจัดเลือกตั้งใหม่ หลังข้อกล่าวหาว่านำเงินใส่ซองบูชาเทียนเพื่อทำบุญวันเกิดจำนวน 2,000 บาท ซึ่งนายสุรพลยืนยันว่าไม่ใช่เงินซื้อเสียง หลังจากศาลพิจารณาแล้วได้ยกฟ้องคำร้องของ กกต. นายสุรพลจึงฟ้องกลับ กกต.และเจ้าหน้าที่รวม 14 คน เพื่อเรียกค่าเสียหายและเยียวยาฐานทำให้เสียชื่อเสียง

ศาลชั้นต้นได้พิพากษาให้ กกต.ชดใช้เงินจำนวน 64 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยเป็นเงินรวม 70 ล้านบาท ต่อมา กกต.ยื่นอุทธรณ์ ซึ่งศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตาม แต่เห็นควรลดจำนวนเงินชดใช้เหลือ 56 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยรวมเป็นเงิน 62 ล้านบาท กกต.จึงขอสู้ต่อในชั้นศาลฎีกา โดยศาลฎีกานัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 10 มีนาคมนี้ หลังจากใช้เวลาพิจารณาสำนวนการอุทธรณ์มากกว่า 2 ปี

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ภูมิหลังการเมืองและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

สำหรับนายสุรพล ในการเลือกตั้งปี 2562 เขาเป็นผู้ชนะการเลือกตั้งด้วยคะแนน 52,165 คะแนน ทิ้งห่างคู่แข่งอันดับ 2 กว่า 25,000 คะแนน แต่หลังจากนั้นเพียง 1 เดือน กลับถูก กกต.แจกใบส้ม ทำให้สถานะทางการเมืองเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

หากในวันที่ 10 มีนาคม ศาลฎีกาตัดสินให้ กกต.ชดใช้ค่าเสียหาย สำนักงาน กกต.จะต้องใช้เงินสะสมของ กกต.ที่เหลือจากการจัดเลือกตั้งจ่ายไปก่อน จากนั้นรอกระทรวงการคลังตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาผู้รับผิดทางละเมิดที่ทำให้เงินราชการเสียหาย สิ่งนี้ก่อให้เกิดคำถามสำคัญว่า คณะกรรมการ กกต.สมัยนั้น จะต้องมีส่วนร่วมรับผิดกับการใช้เงินภาษีประชาชนหรือไม่ ซึ่งอาจส่งผลต่อความน่าเชื่อถือและกระบวนการทางกฎหมายในอนาคต

คดีนี้สะท้อนถึงความขัดแย้งและความซับซ้อนในระบบการเลือกตั้งไทย โดยเฉพาะประเด็นการตีความกฎหมายและความรับผิดชอบของหน่วยงานรัฐ ซึ่งการตัดสินของศาลฎีกาจะเป็นจุดสิ้นสุดทางกฎหมายและอาจมีอิทธิพลต่อแนวปฏิบัติของ กกต.ในเหตุการณ์คล้ายคลึงกันต่อไป