พลเรือโท ทรงฤทธิ์ ฉัตรเงิน รองผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ พร้อมด้วย พลเรือตรี ไคล์ แกนต์ รองผู้บัญชาการกองเรือที่ 7 กองทัพเรือสหรัฐฯ ร่วมเปิดการฝึกผสม CARAT 2026 (Cooperation Afloat Readiness and Training) ณ ท่าเรือแหลมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 โดยมีกำลังพลจากกองทัพเรือไทย กองทัพเรือสหรัฐฯ และหน่วยยามฝั่งแคนาดาเข้าร่วม
วัตถุประสงค์และความสำคัญของการฝึกผสม CARAT 2026
การฝึกผสม CARAT 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-16 กรกฎาคม 2569 ในพื้นที่อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี จังหวัดระยอง และพื้นที่ทางทะเลอ่าวไทยตอนบน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพเรือไทยและสหรัฐฯ พัฒนาศักยภาพกำลังพลในการปฏิบัติภารกิจทางทะเลร่วมกัน แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านความมั่นคงทางทะเล และยกระดับการรับรู้ภาพสถานการณ์ทางทะเล (Maritime Domain Awareness: MDA) ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
พลเรือโท ทรงฤทธิ์ กล่าวว่า "การฝึกผสม CARAT 2026 มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากสถานการณ์โลกในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านความมั่นคง เทคโนโลยี และรูปแบบภัยคุกคาม ทำให้กองทัพเรือต้องพัฒนาขีดความสามารถอย่างต่อเนื่องผ่านการฝึกร่วมกับประเทศพันธมิตร"
รายละเอียดการฝึกแบ่งออกเป็น 3 ห้วง
การฝึกแบ่งออกเป็น 3 ห้วงสำคัญ ได้แก่ การฝึกในท่า (Shore Phase) ระหว่างวันที่ 6–11 กรกฎาคม, การฝึกในทะเล (Sea Phase) ระหว่างวันที่ 12–14 กรกฎาคม และการสรุปผลการฝึกในวันที่ 15 กรกฎาคม 2569
การฝึกในท่าประกอบด้วยการสัมมนาและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ (SMEE) ในหัวข้อต่างๆ เช่น ความมั่นคงไซเบอร์ การเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด การแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านภาพสถานการณ์ทางทะเล (MDA) การต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ การตรวจค้นเรือต้องสงสัย กฎหมายทางทะเล การแพทย์ การประดาน้ำ กิจกรรมมวลชนสัมพันธ์ (COMREL) กิจกรรมกีฬาเชื่อมความสัมพันธ์ การประชุมเตรียมการก่อนออกเรือ และการฝึกต่อต้านทุ่นระเบิด
ส่วนการฝึกในทะเลจะประกอบด้วยการฝึกด้านยุทธวิธี เช่น การสร้างความตระหนักรู้สถานการณ์ทางทะเล การตรวจค้นและยึดเรือต้องสงสัย การรับ–ส่งไฟสัญญาณไทยสากล การเปิดบรรณสารทางยุทธวิธี การพล็อตเป้าหมาย การยิงอาวุธประจำเรือ การรบทางเรือ การแปรกระบวน และการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล (Search and Rescue)
กำลังพลและยุทโธปกรณ์ที่เข้าร่วม
ฝ่ายไทยส่งเรือรบ เรือหลวงสายบุรี และเรือหลวงบางปะกง พร้อมเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงแบบที่ 4 และอากาศยานไร้คนขับตรวจการณ์ชี้เป้า Blackjack รวมถึงกำลังจากกองเรือยามฝั่ง กองการบินทหารเรือ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ฐานทัพเรือสัตหีบ และหน่วยสนับสนุนอื่นๆ ของกองทัพเรือ
ขณะที่กองทัพเรือสหรัฐฯ ส่งเรือตรวจการณ์ USCGC EMLEN TUNNELL และ USCGC CHARLES MOULTHROPE พร้อมเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล P-8A Poseidon อากาศยานไร้คนขับ MQ-9 Reaper กำลังพลนาวิกโยธินสหรัฐฯ และวงดุริยางค์จากกองเรือที่ 7 เข้าร่วม
ความพิเศษของการฝึกปีนี้
พลเรือโท ทรงฤทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การฝึกในปีนี้มีความพิเศษคือฝ่ายสหรัฐอเมริกาได้นำเรือของหน่วยยามฝั่ง (Coast Guard) เข้าร่วม ทำให้เนื้อหาการฝึกครอบคลุมการบังคับใช้กฎหมายทางทะเล การรักษาความปลอดภัยทางทะเล และการปฏิบัติภารกิจเพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของชาติ ซึ่งสอดคล้องกับภารกิจของกองทัพเรือไทยและศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.)
"สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่มีความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีและมีประสบการณ์ด้านการปฏิบัติการของหน่วยยามฝั่ง การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่กองทัพเรือไทยจะได้เรียนรู้แนวทางการปฏิบัติร่วม โดยเฉพาะด้านการบังคับใช้กฎหมายทางทะเล" พลเรือโท ทรงฤทธิ์ กล่าว
ผลลัพธ์ที่คาดหวัง
การฝึกผสม CARAT 2026 คาดว่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติภารกิจของกองทัพเรือและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เสริมสร้างความมั่นคงทางทะเล สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์จากทะเลได้อย่างปลอดภัย และนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนในระยะยาว



