รมว.กลาโหมไม่หนักใจคุมกระทรวงช่วงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ย้ำเชื่อมั่นเหล่าทัพพร้อมปกป้องประเทศ
พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการเข้ารับตำแหน่งในช่วงที่ประเทศเผชิญสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า ไม่มีความกดดันและไม่รู้สึกกังวลใจใดๆ เนื่องจากเชื่อมั่นในผู้บัญชาการเหล่าทัพและผู้บังคับหน่วย ซึ่งทุกคนมีอุดมการณ์เดียวกันและมีความมุ่งมั่นที่จะรักษาชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์อย่างเต็มเปี่ยม
รมว.กลาโหมชี้การรบรอบ 3 ต้องมีสิ่งบอกเหตุ ขอประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวลือในโซเชียลมีเดีย
พล.ท.อดุลย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การจะเกิดการปะทะรอบที่ 3 หรือไม่นั้น ต้องมีสิ่งบอกเหตุที่ชัดเจน ซึ่งกองทัพมีระบบข่าวกรองที่มีประสิทธิภาพ พร้อมระบบติดตามและเฝ้าตรวจสิ่งบอกเหตุอย่างใกล้ชิด ดังนั้นจึงขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวลือที่แพร่กระจายในโซเชียลมีเดีย แต่ควรเชื่อข่าวสารจากทางการ เช่น โฆษกกองทัพภาค หรือนายอำเภอและผู้ใหญ่บ้าน ที่มีช่องทางการติดต่อกับประชาชนโดยตรง
รมว.กลาโหม เน้นย้ำว่า ในขณะนี้ประเทศกำลังเข้าสู่ภาวะสงครามที่เรียกว่า "สงครามไฮบริด" หรือสงครามลูกผสม ซึ่งรวมถึงการโฆษณาชวนเชื่อและการแพร่กระจายข้อมูลเท็จผ่านช่องทางออนไลน์ จึงขอให้ประชาชนใช้วิจารณญาณอย่างรอบคอบ อย่าสร้างความแตกแยกให้กับผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ และควรตั้งคำถามกับผู้ที่นำข้อมูลมาโพสต์ในโซเชียลมีเดียว่ามีจุดประสงค์ใดแอบแฝงอยู่
รมว.กลาโหมรับฟังข้อมูลกรณีเรียกรับส่วย พร้อมสั่งตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน
ส่วนกรณีที่นายวีระ สมความคิด ประธานเครือข่ายประชาชนต่อต้านคอร์รัปชัน ระบุว่า มีเจ้าหน้าที่เรียกรับส่วยแล้วปล่อยให้ทหาร BHQ เข้าเมืองแบบผิดกฎหมายนั้น พล.ท.อดุลย์ เปิดเผยว่า ได้รับฟังข้อมูลขั้นต้นจากนายวีระแล้ว และได้นำมาตรวจสอบกับคนในพื้นที่เพื่อยืนยันความถูกต้องของข่าวดังกล่าว พร้อมยืนยันว่าเมื่อมีข่าวสารใดๆ ก็พร้อมรับฟังทั้งหมด และได้มอบหมายให้หน่วยงานในพื้นที่ดำเนินการกลั่นกรองและตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด
นอกจากนี้ รมว.กลาโหมยังกล่าวเสริมว่า การทำงานของกองทัพในสถานการณ์ปัจจุบันต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้งประชาชนและสื่อมวลชน เพื่อป้องกันไม่ให้ข่าวลือสร้างความสับสนและบั่นทอนขวัญกำลังใจของบุคลากรด้านความมั่นคง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาเสถียรภาพของประเทศในช่วงวิกฤตชายแดนไทย-กัมพูชา



