ผบ.ฉก.นย.ตราด เผยสถานการณ์ชายแดนตึงเครียด กัมพูชายั่วยุ-เพิ่มกำลัง อ้างสถานทูตจีนดูแลทรัพย์สินสแกมเมอร์
วันนี้ (26 มี.ค.2569) นาวาเอก ธรรมนูญ วรรณา ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทหารในแนวชายแดนจังหวัดตราด โดยครอบคลุมพื้นที่บ้านท่าเส้น-ทมอดา และบ้านหนองรีหรือบ้านสามหลัง ในการตรวจสอบครั้งนี้ ผบ.ฉก.นย.ตราด ได้เปิดเผยถึงสถานการณ์ปัจจุบันที่กำลังตึงเครียด โดยระบุว่าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการยั่วยุจากฝ่ายกัมพูชาเกิดขึ้นเป็นระยะ ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ขัดแย้งกับข้อตกลงการหยุดยิงเมื่อวันที่ 27 ธ.ค.2568 อย่างชัดเจน
การยั่วยุและเพิ่มกำลังทหารจากกัมพูชา
นาวาเอก ธรรมนูญ กล่าวว่า มีข่าวลือว่ากัมพูชากำลังจะเปลี่ยนตัวผู้บังคับหน่วยในพื้นที่ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้เกิดการสร้างสถานการณ์ยั่วยุขึ้น ทางฝ่ายไทยได้แจ้งเตือนไปยังกัมพูชาว่า หากมีการยั่วยุเกิดขึ้นอีก จะดำเนินการตอบโต้ทันที นอกจากนี้ ยังพบว่ากัมพูชาได้เพิ่มกำลังทหารในพื้นที่ โดยอ้างว่าสถานทูตจีนส่งบุคคลมาดูแลทรัพย์สินภายในตึกกาสิโนทมอดา ซึ่งเป็นพื้นที่สแกมเมอร์ที่อยู่ในความดูแลของคนเชื้อสายจีน
ทางฝ่ายไทยได้ประสานขอให้บุคคลเหล่านั้นเปลี่ยนเครื่องแต่งกายและพกปืนสั้นแทน เพื่อหลีกเลี่ยงการเข้าข่ายยั่วยุและผิดข้อตกลง เนื่องจากพื้นที่นี้อยู่นอกเหนือการควบคุมของไทย จึงต้องอาศัยการประสานงานระหว่างกระทรวงการต่างประเทศกับทางการจีน เพื่อตรวจสอบการแอบอ้างดังกล่าว
สถานะตึกกาสิโนทมอดาและพื้นที่สแกมเมอร์
สำหรับตึกกาสิโนทมอดาที่กัมพูชาสร้างรุกล้ำเข้ามาก่อนหน้านี้ ปัจจุบันอยู่ในความควบคุมของฝ่ายไทยแล้ว โดยผู้บังคับบัญชาไม่ได้มีคำสั่งให้ทำลายหรือทุบทิ้ง แต่ให้คงสภาพไว้ก่อนจนกว่าจะมีคำสั่งใหม่ ในส่วนของพื้นที่สแกมเมอร์ทมอดา มีรายงานว่ามีคนอยู่ภายในประมาณ 3,000 คน ส่วนใหญ่เป็นคนต่างชาติจากเอเชียใต้ เช่น จีน เวียดนาม ฟิลิปปินส์ บังกลาเทศ และปากีสถาน ที่เข้ามาทำงาน โดยมีคนเชื้อสายจีนที่เป็นนายทุนเป็นผู้คุมหลัก
ความกังวลเรื่อง MOU 43 และการเตรียมพร้อมชายแดน
ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด ยอมรับว่า MOU 43 เป็นเครื่องมือสำคัญในการเดินหน้าจัดทำเขตแดน และมองว่าหากจะยกเลิกก็ไม่เป็นปัญหา แต่ต้องมีเครื่องมืออื่นมารองรับการทำงานทดแทน ในขณะเดียวกัน การเคลื่อนไหวบริเวณแนวชายแดนด้านทมอดายังต้องจับตา เนื่องจากสังเกตเห็นว่ากัมพูชาได้สร้างคูเลตที่แข็งแรงตลอดแนวคู่ขนานชายแดนฝั่งไทย ซึ่งคาดว่าเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับการปะทะรอบ 3
สถานการณ์จากนี้ต้องรอการทำงานของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC) แต่ทหารไทยยังต้องควบคุมพื้นที่ทั้งหมดจนกว่าจะมีความชัดเจนตามข้อตกลงหลังหยุดยิงว่า ฝ่ายใดอยู่พื้นที่ใดให้อยู่พื้นที่นั้น
การพัฒนาสถานการณ์ในพื้นที่บ้านสามหลัง
ในกรณีบ้านสามหลังในพื้นที่บ้านหนองรี ที่ฝ่ายไทยได้ทำลายไปแล้ว ล่าสุดฝ่ายกัมพูชาได้ขุดคูเลตยาวประมาณ 15 กิโลเมตร ตลอดแนวบ้านชำรากถึงบ้านท่าเส้น-ทมอดา เพื่อตอบโต้ ฝ่ายไทยจึงเตรียมพร้อมด้วยการวางแนวกำลัง รั้วลวดหนาม และคันดินเพื่อสถาปนาความมั่นคง ความยาว 13 กิโลเมตร ซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่ทหารกัมพูชาวางกำลังไว้ 900 เมตร
นาวาเอก ธรรมนูญ เน้นย้ำว่า ทหารไทยยังคงเฝ้าระวังและควบคุมพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลาย และรอการตัดสินใจจากกลไกทางการทูตต่อไป



