ศรชล. ชี้แจงภาพจากระบบ AIS ในทะเลเป็นแท่นผลิตพลังงาน ไม่ใช่เรือบรรทุกน้ำมัน
ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ได้ออกมาชี้แจงกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับภาพสัญลักษณ์ในระบบติดตามเรือทางทะเล จนมีการตีความว่าเป็น "เรือบรรทุกน้ำมันจำนวนมากลอยลำรวมกันในพื้นที่เดียวกัน" โดยยืนยันว่าข้อเท็จจริงนั้นแตกต่างอย่างสิ้นเชิง
ข้อเท็จจริงจากระบบ AIS ที่ถูกต้อง
ภาพดังกล่าวเป็นการแสดงผลจากระบบ AIS (Automatic Identification System) หรือ UAIS (Universal Automatic Identification System) ซึ่งเป็นระบบแสดงตนอัตโนมัติของเรือและวัตถุทางทะเล ใช้เพื่อความปลอดภัยในการเดินเรือทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ โดยอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของ International Maritime Organization (IMO) เมื่อทำการตรวจสอบข้อมูลในระบบอย่างละเอียดจากภาพที่ได้นำมาเผยแพร่ จะพบว่า จุดที่ได้อ้างว่าเป็นเรือบรรทุกน้ำมันรวมตัวจำนวนมากนั้น เป็นแท่นผลิตพลังงานในทะเล และเรือที่ปรากฏในบริเวณนั้น เป็นเรือที่ได้รับอนุญาตเฉพาะในการปฏิบัติการขนส่งวัตถุดิบจากกระบวนการผลิต (Fossil Resources) เท่านั้น มิใช่สถานีเติมน้ำมันหรือก๊าซเชิงพาณิชย์แต่อย่างใด
พื้นที่อ่อนไหวและข้อกำหนดเข้มงวด
นอกจากนี้ พื้นที่ดังกล่าวมีความอ่อนไหวสูงต่อความเสี่ยงด้านความปลอดภัย โดยเฉพาะความเสี่ยงจากการวาบไฟ จึงมีข้อกำหนดเข้มงวดในการควบคุมเรือที่เข้าออก โดยอนุญาตเฉพาะเรือที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตเท่านั้น เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและรักษาความมั่นคงทางทะเล รัฐบาล โดย ศรชล. จึงขอความร่วมมือประชาชนให้ "รู้เท่าทันข้อมูล ร่วมกันรับผิดชอบ สังคมไทยเข้มแข็งไปด้วยกัน"
ข้อแนะนำในการรับข้อมูลข่าวสาร
เพื่อป้องกันการเผยแพร่ข้อมูลที่คลาดเคลื่อน ศรชล. ได้เสนอแนวทางดังนี้:
- ตรวจสอบข้อเท็จจริงจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ก่อนการเชื่อหรือเผยแพร่
- ใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสาร โดยเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงและเศรษฐกิจของประเทศ
- หลีกเลี่ยงการส่งต่อข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน
ทั้งนี้ การนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ หรือบิดเบือน อันอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อประชาชนหรือประเทศชาติ อาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รัฐบาลยืนยันความมุ่งมั่นในการให้ข้อมูลที่ถูกต้อง โปร่งใส และตรวจสอบได้ พร้อมทั้งขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการร่วมกันสร้างสังคมข้อมูลข่าวสารที่มีคุณภาพ เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศโดยรวม



