หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน 182 ย้ำเฝ้าระวังชายแดนเกาะกง ตรวจจับน้ำมันเถื่อน-สแกมเมอร์
วันนี้ (25 มีนาคม 2569) พลเรือตรีคุณวุฒิ รุ่งรัศมี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน 182 (ผบ.ฉก.นย.182) ซึ่งรับผิดชอบดูแลจุดผ่านแดนบ้านหาดเล็ก อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด ได้เปิดเผยถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการปะทะรอบที่ 3 และการลักลอบค้าน้ำมันเถื่อน พร้อมทั้งระบุว่าสถานการณ์สแกมเมอร์ในพื้นที่เกาะกงเบาบางลง แต่ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
การเฝ้าระวังชายแดนและปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม
หลังเหตุการณ์ปะทะเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2568 เอกชนในฝั่งกัมพูชา บริเวณพื้นที่เกาะกง ได้ดำเนินการขุดรื้อเขื่อนดักตะกอนที่ล้ำเข้าไปในทะเล แต่ได้ใช้รถแบคโฮขุดไปเพียง 127 เมตรเท่านั้น อย่างไรก็ตาม กรมอุทกศาสตร์ทหารเรือได้แจ้งว่า หากต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศตามความเหมาะสม จำเป็นต้องขุดลึกลงไปจากแนวสันเขื่อนเดิมประมาณ 3 เมตร แต่จนถึงขณะนี้ฝ่ายกัมพูชายังไม่ได้ดำเนินการขุดลึกลงไปจนถึงฐานรากเพิ่มเติมแต่อย่างใด ทำให้สภาพพื้นที่ปัจจุบันไม่มีการเปลี่ยนแปลงแบบที่ควรจะเป็น และปัญหายังคงอยู่เหมือนเดิม จึงต้องรอจนกว่าจะมีการเจรจาร่วมกันอีกครั้ง
ผบ.ฉก.นย.182 ยังกล่าวถึงการดูแลพื้นที่ชายแดน ตำบลคลองใหญ่ และ ตำบลหาดเล็ก จังหวัดตราด ว่าในช่วงเกิดการสู้รบชายแดนไทย-กัมพูชาทั้ง 2 ครั้ง พื้นที่บริเวณนี้ไม่ได้มีการปะทะกัน แต่ก็ได้มีการเฝ้าระวังอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากฝั่งไทยมีพื้นที่ติดทะเล ขณะที่ฝั่งกัมพูชาเป็นพื้นที่สันเขาและอยู่ในจุดที่สูงกว่า ดังนั้นการปฏิบัติของทหารในพื้นที่จึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ก่อนหน้านี้ก็ได้มีการใช้พื้นที่นี้ในการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) ไทย-กัมพูชา ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป ทำให้ต้องมีการเฝ้าระวังในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
การตรวจจับน้ำมันเถื่อนและสถานการณ์สแกมเมอร์
ผบ.ฉก.นย.182 ยังระบุว่า หน่วยมีการเฝ้าระวังปัญหาความมั่นคงทั้งในเรื่องของการค้าอาวุธ ยาเสพติด และสแกมเมอร์ โดยสถานการณ์สแกมเมอร์ ปัจจุบันทางกัมพูชามีการกวาดล้างในพื้นที่เกาะกง ซึ่งพบว่าเครือข่ายสแกมเมอร์พื้นที่นี้ทั้งจากเกาหลีใต้และจีนเบาบางลง แต่ก็ต้องเฝ้าระวังไม่ให้เกิดปัญหากลุ่มสแกมเมอร์หลบหนีทะลักเข้ามาในพื้นที่ชายแดนไทย โดยต้องเฝ้าระวังทั้งทางบกและทางทะเล
สำหรับการเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำมัน เป็นหน้าที่ของ ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 1 (ศรชล.ภาค 1) ในการติดตาม และหน่วยได้ร่วมให้การสนับสนุนป้องกันการลักลอบค้าน้ำมันเถื่อน โดยใช้เรดาร์ในการตรวจจับ และขณะนี้ยังไม่พบการค้าน้ำมันเถื่อนในพื้นที่ชายแดนจังหวัดตราด
ความสำคัญทางเศรษฐกิจของพื้นที่ชายแดน
ก่อนหน้านี้พื้นที่จุดผ่านแดนบ้านหาดเล็กเป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่มีมูลค่าการค้าระหว่างไทยและกัมพูชาสูงถึง 30,000 ล้านบาท โดยไทยได้เปรียบดุลการค้าฝั่งกัมพูชา และมีมูลค่าการนำเข้าสินค้าที่ 2,000 ล้านบาท สิ่งนี้สะท้อนถึงความสำคัญของพื้นที่ชายแดนในด้านการค้าและการลงทุน ซึ่งจำเป็นต้องมีการรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยเพื่อสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่อไป
โดยรวมแล้ว หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน 182 ยังคงดำเนินการเฝ้าระวังชายแดนเกาะกงอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันภัยคุกคามต่างๆ ทั้งการปะทะ การลักลอบค้าน้ำมันเถื่อน และกลุ่มสแกมเมอร์ พร้อมทั้งรอการเจรจาเพื่อแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและความมั่นคงในอนาคต



