ศาลรัฐธรรมนูญมีมติวินิจฉัยพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ จำนวน 4 แสนล้านบาท ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ส่งผลให้รัฐบาลสามารถเดินหน้ากู้เงินเพื่อใช้ในโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจตามแผนได้ทันที
รายละเอียดคำวินิจฉัย
ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาคำร้องของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ขอให้วินิจฉัยว่า พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้าน ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 หรือไม่ เนื่องจากเป็นการกู้เงินที่อาจส่งผลกระทบต่อวินัยการเงินการคลังของประเทศ โดยศาลมีมติเสียงข้างมาก 7 ต่อ 2 เห็นว่า พ.ร.ก.ดังกล่าวไม่ขัดรัฐธรรมนูญ เนื่องจากเป็นกรณีจำเป็นเร่งด่วนเพื่อแก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจ และมีมาตรการควบคุมการใช้เงินอย่างรัดกุม
ปฏิกิริยาจากฝ่ายการเมือง
นายกฯ แถลงขอบคุณศาลรัฐธรรมนูญที่วินิจฉัยด้วยความเป็นธรรม พร้อมย้ำว่ารัฐบาลจะใช้เงินกู้อย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ ด้านพรรคประชาชน (ปชน.) ออกแถลงการณ์แสดงความกังวลต่อการก่อหนี้สาธารณะจำนวนมาก โดยระบุว่าพรรคจะติดตามการใช้เงินในโครงการต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด และได้เตรียมส่งแค็ตตาล็อกโครงการที่สงสัยว่าอาจมีการทุจริตให้หน่วยงานตรวจสอบแล้ว
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ
นักเศรษฐศาสตร์ประเมินว่าการกู้เงิน 4 แสนล้านบาทจะช่วยกระตุ้นจีดีพีได้ประมาณ 1-1.5% ในระยะสั้น แต่มีความเสี่ยงด้านหนี้สาธารณะที่อาจเพิ่มสูงขึ้นถึง 60% ของจีดีพี อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยืนยันว่ามีแผนชำระคืนที่ชัดเจน โดยจะใช้รายได้จากการจัดเก็บภาษีและการเติบโตทางเศรษฐกิจในอนาคต



