"สรรเพชญ" สั่งรื้อที่ดินเจ้าคุณปู่ 3.9 หมื่นไร่ พลิกโฉมสินทรัพย์ รฟท. 3.6 แสนล้าน
"สรรเพชญ" สั่งรื้อที่ดินเจ้าคุณปู่ 3.9 หมื่นไร่ พลิกโฉมสินทรัพย์ รฟท.

นายสรรเพชญ บุญญามณี รมช.คมนาคม เปิดเผยภายหลังมอบนโยบายให้กับ บริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด (SRTA) ซึ่งเป็นบริษัทลูก การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ในการบริหารทรัพย์สิน ว่า ปัจจุบัน SRTA ได้รับการส่งมอบสัญญาเช่าจาก รฟท. แล้วมากกว่า 12,000 สัญญา ซึ่งถือเป็นทรัพย์สินขนาดใหญ่ระดับประเทศ ครอบคลุมทั้งพื้นที่เชิงพาณิชย์ พื้นที่สถานี และทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง โดยในจำนวนนี้กว่า 92% เป็นสัญญาที่หมดอายุแล้ว สะท้อนถึงภารกิจเร่งด่วนในการจัดระเบียบสัญญา การต่อสัญญาใหม่ และการปรับโครงสร้างการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพและทันสมัยมากขึ้น

เป้าหมายการปฏิรูปทรัพย์สิน รฟท.

นายสรรเพชญกล่าวว่า SRTA อยู่ระหว่างเร่งจัดทำระบบฐานข้อมูลสัญญา การบริหารรายได้ และการพัฒนาระบบดิจิทัล เพื่อยกระดับการบริหารให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ โดยในช่วงที่ผ่านมาได้เริ่มเข้าไปบริหารจัดเก็บค่าเช่าและดูแลสัญญาแบบครบวงจรแล้ว ส่งผลให้การติดตามรายได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และสามารถลดปัญหาสัญญาค้างสะสมที่เกิดขึ้นต่อเนื่องมาเป็นเวลานานได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเป้าหมายสำคัญ คือการเปลี่ยนทรัพย์สินของการรถไฟ จากที่ดินที่รอการพัฒนา ให้กลายเป็นสินทรัพย์เศรษฐกิจที่สร้างรายได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว และเป็นเครื่องมือสำคัญในการฟื้นฟูฐานะทางการเงินของ รฟท.

แผนรายได้ปี 2569

ในปีงบประมาณ 2569 จะถือเป็นปีแรกที่ SRTA จะบริหารทรัพย์สิน และตั้งเป้านำส่งรายได้ให้ รฟท. รวมประมาณ 3,335 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากการบริหารสัญญาเช่าเดิมประมาณ 2,068 ล้านบาท และรายได้จากการปล่อยเช่าช่วง รวมถึงการพัฒนาโครงการใหม่อีกประมาณ 1,266 ล้านบาท ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญของการเปลี่ยนผ่านจากการบริหารสัญญาแบบเดิม ไปสู่การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เชิงรุกที่สร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาว

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ศักยภาพที่ดิน 3.9 หมื่นไร่

เมื่อพิจารณาในเชิงโครงสร้างทรัพย์สิน พบว่า รฟท. มีที่ดินประเภทที่ไม่เกี่ยวข้องกับภารกิจเดินรถ (Non-core Business) อยู่ทั่วประเทศมากกว่า 39,000 ไร่ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 360,000 ล้านบาท แต่ที่ผ่านมาใช้ประโยชน์ได้เพียงประมาณ 9% เท่านั้น ซึ่งถือเป็นศักยภาพที่ยังไม่ได้ถูกปลดล็อก และสามารถต่อยอดเพื่อสร้างรายได้และขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อีกมหาศาล กระทรวงคมนาคมจึงได้กำหนดแนวทางให้ SRTA เร่งนำพื้นที่ศักยภาพสูงออกพัฒนาในรูปแบบที่เหมาะสม ทั้งโครงการมิกซ์ยูส อาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า โรงแรม และการพัฒนาเมืองรอบสถานีรถไฟตามแนวคิด Transit-Oriented Development (TOD) เพื่อเชื่อมโยงระบบรางเข้ากับเศรษฐกิจเมืองอย่างเป็นรูปธรรม และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของพื้นที่ในระยะยาว

10 แปลงศักยภาพสูง

ในระยะแรก SRTA ได้เร่งผลักดันพื้นที่ศักยภาพสูง 10 แปลง รวมกว่า 1,200 ไร่ ทั้งในกรุงเทพมหานครและภูมิภาค โดยพื้นที่สำคัญที่มีความคืบหน้าอย่างชัดเจน ได้แก่ พื้นที่บางซื่อ (แปลง E) ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาแนวทางพัฒนาอาคารกระทรวงคมนาคมแห่งใหม่ ควบคู่กับการพัฒนาเมืองอัจฉริยะแบบผสมผสาน (Mixed-use Development) และพื้นที่นิคมรถไฟ กม.11 (แปลง G) ที่เริ่มมีเอกชนให้ความสนใจเข้าร่วมลงทุน

โครงการบางซื่อ มูลค่า 2.23 แสนล้าน

สำหรับพื้นที่บางซื่อซึ่งถือเป็นหัวใจของระบบรางประเทศนั้น มีแผนพัฒนาในระยะยาวถึง 14 ปี มูลค่าการลงทุนรวมกว่า 223,000 ล้านบาท ภายใต้แนวคิด Smart City และ TOD ครอบคลุมพื้นที่ 9 แปลง (A-I) เพื่อพัฒนาเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ของประเทศ ทั้งในด้านธุรกิจ การอยู่อาศัย และระบบคมนาคมขนส่งที่เชื่อมโยงอย่างครบวงจร ขณะเดียวกัน ยังมีแนวคิดปรับรูปแบบการลงทุนในโครงการอาคารกระทรวงคมนาคมแห่งใหม่ จากเดิมที่ใช้งบประมาณภาครัฐ มาเป็นรูปแบบที่ให้ SRTA ลงทุนและพัฒนาโครงการแทน โดยกระทรวงจะปรับบทบาทเป็นผู้เช่า ซึ่งจะช่วยลดภาระงบประมาณของรัฐในระยะสั้น และเพิ่มศักยภาพการสร้างรายได้จากทรัพย์สินในระยะยาว

แผนเปิดประมูลปี 2569

ในปี 2569 จะมีการทยอยเปิดให้เอกชนร่วมลงทุนในพื้นที่ศักยภาพหลายแห่ง โดยโครงการที่มีความพร้อมในระยะใกล้ ได้แก่ โครงการพัฒนาอาคารโรงแรมในย่านสถานีมักกะสัน รวมถึงพื้นที่ในภูมิภาคที่อยู่ระหว่างการจัดทำรายละเอียดเงื่อนไขการลงทุน (TOR) เพื่อเปิดให้เอกชนเข้าร่วมแข่งขันอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม พร้อมย้ำว่าทุกโครงการจะต้องเป็นการลงทุนคุณภาพที่สร้างทั้งรายได้ การจ้างงาน และประโยชน์ต่อเศรษฐกิจในพื้นที่ ไม่ใช่มุ่งเพียงผลตอบแทนระยะสั้น อย่างไรก็ตาม สำหรับโครงการขนาดใหญ่บางแปลง โดยเฉพาะพื้นที่เชิงยุทธศาสตร์ในกรุงเทพมหานคร อาจต้องใช้ระยะเวลาในการเตรียมความพร้อมและศึกษาโครงการเพิ่มเติม ทำให้ในช่วงปีงบประมาณนี้ การเปิดประมูลจะเน้นไปที่แปลงขนาดกลางและขนาดเล็กที่สามารถดำเนินการได้รวดเร็วกว่า ขณะที่แปลงขนาดใหญ่คาดว่าจะเริ่มเห็นความชัดเจนและเปิดประมูลได้ในปีถัดไป

เป้าหมายยกระดับผลตอบแทน

นายสรรเพชญกล่าวทิ้งท้ายว่า กระทรวงคมนาคมได้ตั้งเป้าหมายยกระดับผลตอบแทนจากการบริหารทรัพย์สินของ รฟท. จากปัจจุบันที่เติบโตประมาณ 1% ของมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมด ให้เพิ่มขึ้นเป็น 3-4% ภายในรัฐบาล ซึ่งจะเกิดขึ้นได้จากการพัฒนาโครงการเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ และการพัฒนาเมืองรอบสถานีรถไฟตามแนว TOD ที่จะทยอยสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง

แผนงานของ SRTA

ด้านนางสาวไตรทิพย์ ศิวะกฤษณ์กุล ประธานกรรมการ (บอร์ด) SRTA กล่าวว่า ภายในปีงบประมาณ 2569 SRTA มีแผนทำสัญญาส่วนของที่ดินศักยภาพสูง อาทิ ที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ย่านมักกะสัน กว่า 1 ไร่ ซึ่งจะพัฒนาเป็นโรงแรม ปัจจุบันเตรียมเปิดประมูลหาเอกชนลงทุน รวมไปถึงที่ดินย่าน RCA และที่ดินพร้อมอาคารกลาสเฮาส์ รัชดา บริเวณถนนรัชดาภิเษก สถานะปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจรจาทำสัญญาเช่า ส่วนแผนงานปี 2570 SRTA จะผลักดันที่ดิน 10 แปลงใหญ่ที่ได้รับมอบมาจากการรถไฟฯ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ระหว่างการศึกษาความเหมาะสม

ทั้งนี้ คาดว่า ในปี 2570 จะนำร่องพัฒนาที่ดินย่านพหลโยธิน บริเวณสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ส่วนของแปลง A อยู่ระหว่างศึกษาร่วมกับบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) และกระทรวงคมนาคม เพื่อออกแบบเป็นศูนย์กลางการขนส่ง ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างรอผลศึกษาของ บขส. โดย SRTA จะเตรียมพื้นที่ไว้รองรับ ขณะที่ แปลง E จะศึกษาเพื่อรองรับการก่อสร้างกระทรวงคมนาคมแห่งใหม่ และโครงการเชิงพาณิชย์แบบผสมผสาน (มิกซ์ยูส) นอกจากนี้จะเห็นแผนพัฒนาที่ชัดเจนของที่ดินสถานีรถไฟหาดใหญ่ ที่ดินแม่น้ำ 160 ไร่ ที่ดินสนามกอล์ฟหัวหิน และที่ดินท่านุ่น 100 ไร่