“We Watch” เปิดเวทีสะท้อนปัญหาการเลือกตั้งไทย แนะ กกต. ปรับปรุงกระบวนการคัดเลือก กปน. อย่างเข้มข้น
เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 มูลนิธิ We Watch ได้จัดกิจกรรมพบปะเปิดพื้นที่ที่ห้อง 4011 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (รังสิต) เพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงและปัญหาเกี่ยวกับการเลือกตั้งไทย โดยมีผู้เข้าร่วมจากหลายภาคส่วน เช่น ประชาชน อาสาสมัคร นักวิชาการ นักการเมือง ผู้แทนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และสื่อท้องถิ่น กิจกรรมนี้มุ่งสะท้อนประสบการณ์จริงจากพื้นที่ทั้งก่อน วันเลือกตั้ง และหลังวันเลือกตั้ง เพื่อเสนอแนวทางปรับปรุงให้การเลือกตั้งครั้งต่อไปโปร่งใสและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
สะท้อนปัญหาการเลือกตั้งไทยที่ซับซ้อนเกินการซื้อเสียง
ผศ.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ชี้ให้เห็นว่าปัญหาการเลือกตั้งไทยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการซื้อเสียงซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ยังรวมถึงปัญหาเชิงโครงสร้างและบรรยากาศทางการเมืองที่น่ากังวลมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้อำนาจรัฐกดทับประชาชน เช่น การดำเนินคดีในลักษณะใกล้เคียงข้อหาอั้งยี่หรือมาตรา 116 ซึ่งเคยถูกใช้ในยุคเผด็จการ ส่งสัญญาณว่าการเลือกตั้งอาจไม่เป็นไปอย่างเสรีและเป็นธรรมอย่างแท้จริง อีกทั้งยังมีแนวโน้มของการปิดปากและการฟ้องร้องประชาชนในลักษณะ SLAPP ที่อาจกลายเป็นมาตรฐานปกติของการเลือกตั้งไทย
วีวอช เสนอ 11 ข้อปรับปรุงการเลือกตั้ง
ทางมูลนิธิ We Watch ได้ร่างข้อเสนอ 11 ประการเพื่อปรับปรุงการเลือกตั้งในครั้งต่อไปให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ประกอบด้วย:
- ปฏิรูปโครงสร้าง บทบาท และที่มาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
- ปรับปรุงกฎหมายเลือกตั้งและกฎหมายประชามติให้เอื้อต่อการใช้สิทธิ
- ส่งเสริมศึกษาพลเมืองและการมีส่วนร่วมทางการเมือง
- พัฒนาระบบการเลือกตั้งอิเล็กทรอนิกส์อย่างรอบคอบและตรวจสอบได้
- ต้องมีการนำคู่มือการเลือกตั้งเพื่อส่งเสริมสิทธิการเลือกตั้งของคนไทยทุกคน
- สร้างความเป็นกลางในการปฏิบัติงานเพื่อจัดการเลือกตั้ง
- ควรมีการฟื้นบทบาทของ กกต. ในระดับจังหวัด
- ต้องมีการปฏิรูปอำนาจของ กกต. โดยการลดอำนาจที่ล้นเกินลง
- ปรับปรุงกระบวนการสรรหาและการอบรมกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.)
- ลดบัตรเสียและปรับปรุงกระบวนการออกเสียงล่วงหน้า และนอกเขต
- เพิ่มความโปร่งใสด้วยการติดตั้งกล้องวงจรปิดในหน่วยเลือกตั้ง
แนะจัดลำดับความสำคัญจากง่ายไปยาก
รศ.ปริญญา ระบุว่าจาก 11 ข้อเสนอของ We Watch ควรจัดลำดับความสำคัญโดยพิจารณาทั้งความยากง่ายในการดำเนินการและผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นจริง โดยมาตรการเร่งด่วนควรมุ่งแก้ปัญหาที่ทำได้ทันที เช่น การเพิ่มบทบาทในการป้องปรามทุจริตและยกระดับความโปร่งใสของกระบวนการเลือกตั้ง ขณะที่มาตรการระยะยาว เช่น การปรับโครงสร้างทางการเมืองและการสร้างวัฒนธรรมประชาธิปไตย อาจให้ผลลัพธ์สูงแต่ต้องใช้เวลาและเผชิญแรงต้านสูง สรุปแล้ว ข้อเสนอทั้งหมดชี้ไปในทิศทางเดียวกัน คือการทำให้การเลือกตั้งไทยกลับมายึดหลัก “สุจริต เที่ยงธรรม และโปร่งใส” พร้อมทั้งป้องกันไม่ให้แนวโน้มการใช้อำนาจรัฐกดทับประชาชนกลายเป็นเรื่องปกติในอนาคต
ระดมสมองสะท้อนปัญหาจากภาคประชาชน
หลังกิจกรรมระดมความคิดเห็นจากภาคประชาชนในแต่ละพื้นที่ พบว่ามีปัญหาหลายด้านที่สะท้อนถึงข้อจำกัดของระบบ ทั้งในเรื่องบุคลากรที่ได้รับการอบรมแบบเร่งรัดขาดความพร้อม ส่งผลให้ภาระงานตกอยู่กับกรรมการประจำหน่วย (กปน.) มากเกินไป ขณะที่มาตรฐานคูหาเลือกตั้งบางแห่งใช้วัสดุไม่เหมาะสม เช่น ไม่มีตัวอย่างบัตรดี-บัตรเสียหน้าคูหา ผ้าที่ใช้ขึงหลังคูหาบาง อาจกระทบต่อหลักการลงคะแนนโดยลับ นอกจากนี้ การนำอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) ที่ใกล้ชิดกับประชาชน มาเป็น กปน. ยังถูกตั้งคำถามเรื่องความเป็นกลาง รวมถึงการสื่อสารของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่ยังไม่ทั่วถึง ทำให้ประชาชนบางส่วนขาดความเข้าใจในกระบวนการเลือกตั้ง อีกทั้งโครงสร้างทางการเมืองในชุมชน เช่น การคัดเลือก กปน. จากคนในพื้นที่ ยังอาจเอื้อต่อการทุจริต
เสนอแนวทางแก้ไขเพื่อการเลือกตั้งที่โปร่งใส
ประชาชนได้เสนอแนวทางแก้ไข โดยเน้นให้มีการคัดเลือก กปน. อย่างเข้มข้น รวมถึงพัฒนาการอบรมให้มีคุณภาพมากขึ้น กำหนดมาตรฐานคูหาเลือกตั้งให้ชัดเจน รวมถึงส่งเสริมการเรียนรู้ประชาธิปไตยตั้งแต่วัยเด็ก และให้ กกต. สื่อสารข้อมูลอย่างเข้มข้นและทั่วถึงมากขึ้น เพื่อสร้างความโปร่งใสและความเชื่อมั่นต่อระบบการเลือกตั้งในระยะยาว มีการเสนอการเลือกตั้งแบบเคลื่อนที่ที่เข้าถึงผู้พิการ รวมถึงเสนอการแก้ไข พ.ร.บ. ทั้งบัตรเลือกตั้งและการจัดการเลือกตั้ง
สุดท้าย นายพงษ์ศักดิ์ จันทร์อ่อน ผู้อำนวยการ We Watch ระบุว่า ในวันนี้ที่เราพูดกันเป็นสิ่งที่เรามองเห็นเท่านั้น ซึ่งสิ่งที่มองเห็นไม่ได้สำคัญน้อยไปกว่าสิ่งที่เรามองไม่เห็น ซึ่งเป็นเหมือนภูเขาแข็งที่ต้องเผชิญและแก้ไขต่อไป



